Menu

PKRU EXPERT - Phuket Rajabhat University

PKRU EXPERT : ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ ผู้ขับเคลื่อนมาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ECO SPA

 
eco spa jan 2020 1
 
ธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ (SPA) เกิดขึ้นและเติบโตใน จ.ภูเก็ต และพื้นที่ภาคใต้ ควบคู่กับธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท โดยมีรูปแบบของบริการที่คล้ายคลึงกันตามเทรนด์ความนิยมด้านสุขภาพของนักท่องเที่ยว อันเป็นการขับเคลื่อนมาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพให้มีจุดขายและได้รับการยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น นักวิจัยจาก ม.ราชภัฏภูเก็ต นำโดย ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้จัดทำโครงการวิจัย “แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการบริการเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สู่ระดับสากล” ภายใต้แผนงานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สู่การเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล” แผนการวิจัยและนวัตกรรม (Spearhead) กลุ่มบริการมูลค่าสูง Wellness Tourism ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ตลอดจนสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวม 15 หน่วยงาน 
 
eco spa jan 2020 2
 
eco spa jan 2020 3
 
คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอนำผู้อ่านพูดคุยกับ ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ ผู้อำนวยการแผนงานวิจัยฯ ที่จะบอกเล่าถึงผลลัพธ์และแนวทางที่ได้จากการศึกษาวิจัยเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่นเพิ่มความสามารถในระดับสากล ก้าวสู่การเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาค 
 
S 20037639
 
eco spa jan 2020 4
 
ดร.พุทธพร กล่าวถึงผลการวิจัยพบว่า “การดำเนินการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการมีเอกลักษณ์ท้องถิ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมบริการ ได้แก่ 1.มาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแสดงออกถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือ ECO SPA / 2.ระบบสารสนเทศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้ระบบ Spa Business Information Management System ที่ช่วยรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจสปาสามารถนำไปใช้เพื่อวางแผนและดำเนินการทางการตลาดของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สามารถให้บริการได้ตรงกับความต้องการ และตอบสนองต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น 
 
ทั้งนี้ปัจจุบันมีธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมากที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากลแต่ยังไม่พบความแตกต่างของบริการที่ชัดเจน ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคามากกว่าการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า ดังนั้นการสร้างความแตกต่างให้กับสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้โดยนำเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่น และการดำเนินการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับบริการสปาที่มีอยู่ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้ นำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดที่กว้างและหลากหลายขึ้น
 
eco spa jan 2020 5
 
eco spa jan 2020 6
 
อย่างไรก็ตามธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และภาคใต้ สามารถนำผลการศึกษา / วิจัย ไปเป็นข้อมูลหรือนำไปปรับใช้ เพื่อประกอบการวางแผนเชิงนโยบายทางการตลาด และเพื่อการลดใช้พลังงาน ลดต้นทุน และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม การปรับใช้จากแนวทางการจัดการขยะ หรือแนวทาง 3R (Reuse การใช้ซ้ำ Reduce การลดการใช้ Recycle การรีไซเคิล) เช่น การใช้ผ้าและใช้น้ำให้เกิดความคุ้มค่า หรือการใช้บรรจุภัณฑ์หรือภาชนะจากทรัพยากรท้องถิ่น เช่น กะลามะพร้าว การใช้วัตถุดิบพื้นถิ่น อย่างสับปะรดภูเก็ต มาเป็นส่วนประกอบใน Spa Treatment หรือการนำขนมพื้นถิ่น เช่น เต้าส้อ เป็นอาหารว่างบริการลูกค้า อีกทั้งการนำวิถีหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาช่วยเพิ่มมูลค่าในกระบวนการการให้บริการ เช่น ผ้าปาเต๊ะหรือผ้าบาติกที่นำมาตกแต่งทั้งชุดพนักงาน ปรับใช้เป็นผ้าคลุมเตียงนวด ผ้าคลุมเบาะรองนั่ง ผ้าคลุมโต๊ะ โดยเฉพาะการนำผ้าถุงมาเป็นผ้าคลุมหรือนุ่งอาบน้ำ ที่ผลการศึกษาพบว่า สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และสนใจซื้อกลับไป จนสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพได้เพิ่มสูงขึ้น”
 
eco spa jan 2020 7
 
eco spa jan 2020 8
 
เจ้าของผลงานคู่มือ ECO SPA เปิดเผยเพิ่มเติมถึงแผนการนำงานวิจัยมาบูรณาการร่วมกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ว่า “ได้มีการนำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้ มาร่วมพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และต่อยอดศึกษาโครงการวิจัยย่อยที่จะสามารถลงลึกถึงบริการท่องเที่ยวสุขภาพในระดับชุมชนท้องถิ่น ในเบื้องต้นได้มีการร่วมกับสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีการวิจัยและการเรียนการสอนด้านการนวดสปาเพื่อสุขภาพ รวมถึงทีมนักวิจัยของคณะเทคโนโลยีการเกษตรในการศึกษาและหาช่องทางนำพืชเกษตรพื้นถิ่นป้อนให้กับผู้ประกอบการสปาเพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตกรได้อีกทาง
 
eco spa jan 2020 9
 
eco spa jan 2020 10
 
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ของบุคลากร ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นการดำเนินงานบริการวิชาการเพื่อท้องถิ่น ในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งตอบโจทย์การให้บริการเชิงพื้นที่ทั้งในเขต จ.ภูเก็ต และภาคใต้ ผลการศึกษาวิจัยสามารถนำไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติ รวมถึงเป็นแนวทางที่สอดรับกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจรับบริการหรือร่วมพัฒนาสปาเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือ ECO SPA สามารถติดต่อได้ที่ คณะเทคโนโลยีการเกษตร โทร 0 76 523 094-7 ต่อ 6000 
 
eco spa jan 2020 11
 
eco spa jan 2020 12
 
eco spa jan 2020 13
 
eco spa jan 2020 14
 
eco spa jan 2020 15
 
eco spa jan 2020 16
 

PKRU EXPERT : ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว นักประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าพลังงานไฟฟ้าเพื่อท้องถิ่น

 
1
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
นวัตกรรมเพื่อท้องถิ่น เป็นโจทย์ที่ท้าทายของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ในการให้บริการแก่ชุมชนตามพันธกิจของการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น นอกจากการให้บริการวิชาการที่ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนแล้ว “นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์” ที่สามารถส่งต่อให้ชาวบ้านใช้สอยเพื่อสร้างประโยชน์ในครัวเรือน อย่างเช่น เครื่องตัดหญ้า ที่ปกติซื้อหากันในราคาหลายพันบาท อีกทั้งต้องใช้พลังงานจากน้ำมันที่ต้องซื้อหา นักประดิษฐ์คนเก่งจาก PKRU “ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว” อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้คิดค้นและพัฒนา “เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้ารักษ์โลกเพื่อชุมชน” เพื่อเป็นทางเลือกให้ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยรักษามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม
 
 
 
ที่มาของ “เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้ารักโลกเพื่อชุมชน”
 
ได้มีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ขึ้นมา เนื่องจากปัจจุบันมีมลภาวะทางด้านเสียงและควันพิษจากการใช้เครื่องตัดหญ้าที่ใช้เครื่องยนต์แบบเติมน้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ชาวบ้านต้องแบกรับ จากโจทย์ปัญหาดังกล่าวตนจึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องตัดหญ้าที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและใช้พลังงานจากถ่านอัลคาไลน์ ซึ่งไม่มีผลต่อมลภาวะควันและเสียง โดยมีการประกอบที่ง่าย ราคาถูก สามารถซื้อหาวัสดุได้ภายในท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการที่ได้นำไปชาวบ้านในชุมชนนำไปทดลองใช้ สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพในระดับที่ใช้ในครัวเรือนได้ สามารถปรับปรุง ต่อยอด หรือซ่อมแซมได้ง่าย เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนแต่ได้ประโยชน์คุ้มค่า ชุมชนและประชาชนทั่วไปก็สามารถซ่อมแซมหรือประกอบเองได้ จึงเป็นประโยชน์กับชุมชนและประชาชนทั่วไป อีกทั้งมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
 
 
หลักการทำงานของเครื่องตัดหญ้าฯ
 
รูปแบบการทำงานของเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าฯ คือ ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ตัวเครื่องใช้ PVC ได้มีการออกแบบ จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 น้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม เป็นรุ่นใหญ่ใช้มอเตอร์ขนาด (12v.DC) กำลังวัตต์อยู่ที่ 7 วัตต์ ใช้ถ่านชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จ 12V 8000mAh (Lithium-Ion Battery) มีสวิตซ์ไฟ ON-OFF อยู่ที่ตัวเครื่อง ต้นทุนในการผลิตต่อชิ้นเมื่อรวมมอเตอร์และถ่านแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 370 บาทต่อเครื่อง ซึ่งประชาชนและชุมชนสามารถซื้อไปใช้ได้เลย สามารถใช้งานประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อการชาร์จถ่าน 1 ครั้ง (เฉลี่ยค่าไฟฟ้า 2-3 บาท) เมื่ออุปกรณ์ชำรุดก็สามารถซ่อมแซมได้และเปลี่ยนวัสดุเฉพาะส่วนได้ การประกอบการเคลื่อนย้ายสามารถทำได้อย่างง่ายดายในการถอดประกอบ พกพาได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในองค์กรหน่วยงานที่มีอาณาบริเวณ ส่วนรุ่นที่ 2 จะมีขนาดเล็กและเบาเหมาะสำหรับสุภาพสตรีและเด็กที่ช่วยคุณแม่คุณพ่อตัดหญ้าที่บ้านได้ รุ่นนี้จะใช้มอเตอร์ขนาดเล็ก (5v.DC) มีน้ำหนักเบา แต่จะใช้สำหรับหญ้าต้นเล็ก สนามหญ้าในบ้าน เช่น หญ้าญี่ปุ่น ต้นทุนรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 170 บาท 
 
 
 
พร้อมร่วมมือชุมชน ด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน
 
ตนเองรับผิดชอบในเรื่องการพัฒนาชุมชน และสอนรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้น้อมนำหลักการของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการช่วยเหลือชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อท้องถิ่น จากระยะเวลา 10 กว่าปีที่ได้มาทำงานที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต ตนได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ลูกบอลน้ำผลิตไฟฟ้า ลูกบอลผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเล เพื่อให้ชุมชนที่อยู่ริมชายฝั่งและบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ สามารถนำไฟฟ้าจากการเคลื่อนที่ของคลื่นไปใช้ได้ รวมถึงเครื่องมือผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ จุดสำคัญที่เป็นหัวใจในการประดิษฐ์คือให้ชาวบ้านใช้งานง่าย ใช้ได้จริง ราคาถูก ซ่อมบำรุงได้เอง ในนามของบุคลากร ม.ราชภัฏภูเก็ต ยินดีที่จะให้ความร่วมมือและให้บริการองค์ความรู้ในด้านสิ่งประดิษฐ์กับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ เพราะมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่มีทักษะในหลากหลายด้าน รวมถึงมีนักศึกษาในสาขาวิชาการพัฒนาชุมชนที่พร้อมร่วมกับท้องถิ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรูปแบบ Social Lab และการบริการวิชาการ 
 
สอบถามเพิ่มเติม ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว โทร 08 7213 6122
 
 
 
 
 
 
 

PKRU EXPERT : ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู นักประยุกต์สร้างบทเพลงพื้นถิ่นอันดามันในท่วงทำนอง “โมเดิร์น รองเง็ง”

 
0
 
 
ขนบทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นในรูปแบบ “ผลงานดนตรี” นอกจากจะถูกบอกเล่าผ่านหนังสือและบันทึกทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์แล้ว การสืบสานและต่อยอดผลงานให้ยังคงโลดแล่นอยู่บนเวทีการแสดงเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสนับสนุนอีกทาง
 
 
 
 
ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู อาจารย์สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสากล ได้ตระหนักถึงบทบาทของการนำหลักวิชาการสู่การพัฒนาท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้ทำการศึกษาวิจัยการจัดแสดงดนตรีร่วมสมัยในชื่อ “การประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบวงอังซังเบลอ” ซึ่งมีความน่าสนใจในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยได้ใช้แนวคิดการนำดนตรีรองเง็งที่เป็นดนตรีพื้นพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวคิดหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตก เกิดเป็นงานศิลปะแนวใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากวงรองเง็งคณะสวนกวี จ.กระบี่ โดยได้นำทำนองเพลงรองเง็งมาเรียบเรียงเสียงประสานอย่างปราณีต ก่อเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนสาระที่ปรากฏบนงานดนตรีแนวผสมผสานที่เปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นตามแนวทางของรองเง็งได้อย่างลงตัวและไพเราะฟังง่ายตามแนวทางดนตรีสากล คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอพาไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์ดนตรีร่วมสมัย
 
 
 
รองเง็ง + อังซังเบลอ (Ensemble)
 
เมื่อพูดถึงรองเง็ง ผู้คนมักจะจดจำท่วงท่าร่ายรำของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในชุดอาภรณ์สีสันฉูดฉาด แต่ในฐานะของผู้เรียบเรียงดนตรี จังหวะ (Rhythm) ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ผู้ฟังจดจำท่วงทำนองได้อย่างติดหู ซึ่งปัญหาของรองเง็งคือพ่อเพลงแม่เพลงสูงอายุ ขาดผู้สืบสาน และขาดโอกาสในการต่อยอดทางดนตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการศึกษาวิจัยร่วมกับวงรองเง็งคณะสวนกวี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1.เพื่อศึกษาบทเพลงรองเง็งของคณะสวนกวีจังหวัดกระบี่ 2.เพื่อวิเคราะห์แนวคิดในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอ ในการกระบวนการประยุกต์สร้างได้นำเครื่องดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้านของวงรองเง็งมาผสมวงในรูปแบบวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยใช้แนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสาน ตามหลักทฤษฎีดนตรีสากล ได้ใช้เครื่องดนตรีที่ทั้งหมด 9 ชิ้น ประกอบไปด้วย 1.เปียโน 2.เบส 3.ไวโอลิน 4.กลองรำมะนา 5.อัลโตแซ็กโซโฟน 6.เทเนอร์แซ็กโซโฟน 7.บาริโทนแซ็กโซโฟน
 
 
 
พลิกฟื้นดนตรีพื้นบ้านสู่เวทีดนตรีสากล
 
โจทย์ในการศึกษาวิจัยดนตรีร่วมสมัยในครั้งนี้คือเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงดนตรีพื้นบ้านและสากลได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการนำไปต่อยอดในชุมชนได้และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักดนตรีในชุมชน เพราะว่ารองแง็งจะเป็นดนตรีพื้นบ้านที่เล่นในกลุ่มของชุมชนไม่กี่คน หากสามารถประยุกต์สร้างให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่จะสามารถต่อยอดและนำไปใช้ในการแสดงดนตรีบนเวทีต่างๆ สร้าง เป็นสีสันและเป็นดนตรีทางเลือกให้กับผู้ฟังหรือสถานบันเทิงรวมถึง ชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลให้กลับมาสืบสานศิลปวัฒนธรรมในถิ่นฐานของตน รวมถึงนักดนตรีสากลรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาดนตรีศึกษา มีแนวดนตรีทางเลือกในการประพันธ์เนื่องจากสามารถใช้เครื่องดนตรีสากล อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์ร่วมกับแนวเพลงยอดนิยมอย่าง Pop หรือ Jazz ได้
 
 
 
ผลลัพธ์จากการผสมผสานแนวทางดนตรี 
 
ความจริงแล้วท่วงทำนองดนตรีของบทเพลงรองเง็งเมื่อได้มาวิเคราะห์จะมีความเป็นดนตรีสากลผสมกับความความเป็นดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมสืบต่อกัน การที่จะนำดนตรีในสองวัฒนธรรมมาประยุกต์รวมกันต้องใช้ทักษะและความเข้าใจในการร้อยเรียงท่วงทำนองและจังหวะเพื่อให้ดนตรีมีความสมดุลและลงตัว เช่น การนำไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตะวันตกอยู่แล้วบวกเข้ากับดนตรีพื้นบ้านคือกลองรำมะนาที่มีเสียงและจังหวะที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว และเครื่องดนตรีสากลชนิดอื่นๆ จนกลายเป็นดนตรีที่มีการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมคือดนตรีตะวันตกกับตะวันออก ทำให้เรียนรู้ได้ว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่ทุกเชื้อชาติสามารถที่เข้าใจได้และเสพดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ผลงานดนตรีรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอได้มีการบันทึกผลงานในรูปแบบคลิปวีดีโอและผลงานดนตรีในรูปแบบ CD และไฟล์เพลง ซึ่งชุมชนชาวไทยใหม่หรือชาวมุสลิมในอันดามัน สามารถนำบทเพลงในรูปแบบผสมผสานนำไปใช้จัดแสดงเพื่อเป็นการเปิดตัวโมเดิร์นรองเง็ง ต่อยอดสู่การสร้างรายได้แก่ชุมชน รวมถึงต่อลมหายใจให้กับศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น จากงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำมาบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในสาขาวิชาดนตรีศึกษา ในรายวิชาต่างๆ ได้หลายวิชา เช่น วิชาดนตรีท้องถิ่น วิชาหลักการเรียบเรียงเสียงประสาน วิชาทฤษฎีดนตรีไทยและสากล วิชาหลักการรวมวง เป็นต้น และนักศึกษาสามารถนำความรู้จากแนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสานหรือการประยุกต์ร่วมกับแนวดนตรีในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย ผศ.อัครวัฒน์ อธิบายถึงที่มาที่ไปและความน่าสนใจของผลงาน
 
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นแหล่งภูมิปัญญาของท้องถิ่นอันดามันในด้านศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ อนุรักษ์ และต่อยอดให้ศาสตร์และศิลป์ของอันดามันมีความน่าสนใจและสามารถยืนหยัดในโลกสมัยใหม่ได้ด้วยการใช้ความสามารถของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมมือกับเจ้าของผลงานดั้งเดิมในท้องถิ่น จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ดังเช่น บทเพลงรองเง็งร่วมสมัย ที่ทั้งทรงคุณค่าและสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างเกิดประโยชน์ทั้งในวงการวิชาการเพื่อการศึกษาและการจัดแสดงเป็นอาชีพเพื่อสร้างงานให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งการดำเนินงานดังที่กล่าวมาเป็นภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ได้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
 
 
เพลง เจะหม้าหมาด 
 
 
เพลง บูหรงบูเตะ
 
 
เพลง เลฮังกังกง
 
 
เพลง ซำมะริซำ
 
Top