เมนู

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.ดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ กับการสร้างสรรค์ผลงานบริการวิชาการจากท้องถิ่นสู่เวทีสากล

  • พ.ย. 13, 2562
  • 966
 
2
 
ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และยุคแห่งการแข่งขันที่สูงขึ้น ท้องถิ่นและชุมชนที่ห่างไกลจากความเป็นเมืองย่อมได้รับผลกระทบในด้านชีวิตความเป็นอยู่ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญและกำหนดนโยบายการดำเนินงานเชิงรุกในโครงการ “บูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยระดมสรรพกำลังนักวิจัยและนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญนำศาสตร์ความรู้ลงไปร่วมกับชาวบ้านใน 3 จว. อันดามัน ยกระดับของดีในชุมชนเพื่อขยายโอกาสสู่เวทีการค้าที่ใหญ่ขึ้น 
 
1
 
คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอพาผู้อ่านไปเจาะลึกกระบวนการในการดำเนินงานที่แม้ว่าจะอยู่ในเฟสแรกๆ แต่ก็สามารถมีรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเกิดจากแม่ทัพผู้เป็นนักวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระบบ “ผศ.ดร.ดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและวิจัย” ซึ่งจะมาเผยถึงวิธีการ ผลงาน และทิศทางในอนาคตผ่านบทสัมภาษณ์ต่อจากนี้
 
 
 
กระบวนการที่มหาวิทยาลัยสำรวจปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น ?
 
ในการสำรวจความต้องการหรือปัญหาของท้องถิ่นนั้น เราจะยึดนโยบายและแผนงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ตเป็นหลัก ซึ่งได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งในการดำเนินงานนั้นได้ทำการจัดตั้งทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้านกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดถือการตอบโจทย์ความต้องการและเติมส่วนที่เค้าขาดเป็นหลัก ดังนั้นกล่าวได้ว่าการได้มาซึ่งปัญหาของชาวบ้านอย่างลงลึกเป็น Keyword สำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานด้านบริการวิชาการเพื่อท้องถิ่น 
 
rdi meeting nov 2019
 
 
 
เมื่อได้มาซึ่งปัญหาแล้ว มีวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรสู่การบริการวิชาการอย่างไร ?
 
หลังจากที่เราได้ทราบถึงความต้องการและปัญหาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่มหาลัยได้ดำเนินงานต่อคือการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในมหาลัยในทุกคณะในทุกศูนย์สำนักต่างๆ เราจะมีการมาพูดคุยกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้เราควรนำองค์ความรู้อะไรเข้าไปใช้ ดังนั้นทรัพยากรบุคคลของเรา อาจารย์ในคณะต่างๆ จะถูกแบ่งงานกัน รวมถึงในเรื่องของงบประมาณเรามีการจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมให้กับโครงการต่างๆ ที่จะต้องลงในพื้นที่ในเขตรับผิดชอบด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นการกระจายในเรื่องของการช่วยเหลือ การร่วมมือกันของการทำงานทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ของท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
 
เมื่อได้ทีมงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว มีเทคนิคหรือวิธีการที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐ/เอกชน รวมถึงชุมชนอย่างไร ? 
 
ในประเด็นของความร่วมมือกันในการดำเนินงาน เรามองว่าทุกภาคส่วนสามารถที่จะร่วมกันเพื่อให้ท้องถิ่นเกิดความยั่งยืนได้ ดังนั้นหากเราดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว การพัฒนาทั้งหมดอาจจะไม่สมบูรณ์ เราจึงใช้วิธีการสร้างเครือข่ายของหน่วยงานราชการที่มีบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เกษตรจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด สนง.ท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง สนง.พัฒนาชุมชน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเราสร้างความร่วมมือกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลและมีความถนัดในเชิงพื้นที่ นอกจากภาครัฐแล้วก็จะเป็นภาคเอกชนของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นประชารัฐรักสามัคคี หรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความพร้อม ทั้งหมดเราร่วมมือกันตั้งแต่กระบวนการคิดสร้างสรรค์สู่แนวทางวางแผนและลงมือปฏิบัติ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานโครงการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน
 
 
 
ผลงานโครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ?
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต ประกอบไปด้วย 5 คณะ และ 1 วิทยาลัย ซึ่งทั้ง 6 หน่วยงานมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์แต่ละอย่างที่มีความแตกต่างกัน อย่างคณะวิทยาศาสตร์เราจะมีสาขาวิชาเคมีที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นเรายังมีศูนย์ทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และคลินิกเทคโนโลยี ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้ประโยชน์แก่ท้องถิ่นสามารถนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ได้ในชุมชน ซึ่งตรงนี้เป็นความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สามารถช่วยในการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่และเห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นแล้วเราจะมีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ช่วยในเรื่องของการสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดในท้องถิ่นมีการใช้ศิลปกรรม มีศาสตร์ด้านทัศนศิลป์ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการออกแบบ ศาสตร์เหล่านี้ช่วยในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนท้องถิ่นได้ นอกจากนั้นแล้วเรายังมีคณะวิทยาการจัดการช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการ การทำการตลาด การพัฒนาต่อยอดในเรื่องของการขายการสร้างรายได้ให้กับชุมชน มีวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ ช่วยในเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนและเชิงวัฒนธรรม ซึ่งคณะเทคโนโลยีการเกษตรมีองค์ความรู้มากมายทั้งด้านการเกษตร ด้านการประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือเทคโนโลยีการอาหาร เป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีต่อการพัฒนาท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะครุศาสตร์ถือว่าเป็นคณะหลักที่ร่วมมือกับโรงเรียนในท้องถิ่นดูแลในเรื่องของการผลิตและพัฒนาครูและพัฒนาการเรียนรู้อ่านออกเขียนได้ ซึ่งเป็นฐานรากของการศึกษาในท้องถิ่น 
 
ผลงานพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม ?
 
สำหรับการพัฒนาท้องถิ่นหรือพัฒนาชุมชน เรามีการดำเนินงานทั้งช่วยสร้างรายได้ลดรายจ่าย และมีการพัฒนาต่อยอดสร้างจุดขายจุดแข็งให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชน รวมถึงมองถึงโอกาสในการก้าวผ่านการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำเสนอเพียงแค่ในชุมชน แต่เราอยากที่จะให้ผลงานได้รับโอกาสในเวทีระดับชาติ จึงได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้า และได้มีการดำเนินการใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ผ้า 3 ชนิด 1.คือผ้าบาติก 2. คือผ้าทอทุ่งทะเลของจังหวัดกระบี่ เป็นลักษณ์ผ้าลายผ้าขาวม้า และ 3.คือผ้าซาโอริ เป็นผ้าของจังหวัดพังงา ซึ่งทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ผ้านี่ อาจารย์จากราชภัฏของเราได้เข้าไปช่วยพัฒนาทั้งลวดลาย ทั้งแพ็คเกจ นอกจากนั้นเรายังมีการดึงดีไซน์เนอร์ระดับประเทศมาช่วยในการออกแบบดีไซน์ผ้าให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สามารถที่จะออกไปเดินบนเวทีใดๆได้อย่างเต็มภาคภูมิ การพัฒนาต่อยอดดังกล่าวนำไปสู่การนำเสนอลวดลายผ้าของอันดามันบนแฟชั่นโชว์ที่ ELLE Fashion Week 2019 ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าท้องถิ่นไข่มุกอันดามันสู่สากล โดย ม.ราชภัฏภูเก็ต สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันในการนำองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดามันในเรื่องผ้าบาติกและผ้าท้องถิ่นอื่นๆ ดั้งเดิมของชุมชน/กลุ่มที่มีความโดดเด่นในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ทั้งสิ้น 4 ชุมชน ได้แก่ รักษ์บาติก จังหวัดภูเก็ต ผ้าทอซาโอริ จังหวัดพังงา ผ้าทอทุ่งทะเล จังหวัดกระบี่ และ ไฑบาติก จังหวัดกระบี่ กับ แบรนด์ WISHARAWISH จนเกิดเป็นคอลเลกชั่น WISHARAWISH Presented by PKRU ณ งาน ELLE Fashion Week 2019 เพื่อเป็นการประกาศให้คนทั้งประเทศได้รับทราบว่าผ้าของอันดามันมีเอกลักษณ์และคุณค่าสามารถที่จะต่อยอดได้ไปถึงระดับโลก ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการของท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
 
 
 
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการบริการวิชาการทั้งหมด ?
 
สำหรับผลลัพธ์ในการพัฒนาท้องถิ่นหรือในการดำเนินโครงการทุกโครงการที่ผ่านมาสิ่งที่เรามุ่งหวังเลยก็คือการเกิดการมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน แก่พี่น้องประชาชน ในการดำเนินการนั้นสิ่งที่เราต้องการคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนหรือช่วยลดรายจ่ายให้กับประชาชนให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีมากขึ้น ดังนั้นตัวชี้วัดในการดำเนินโครงการสิ่งที่เราอยากเห็นเป็นรูปธรรมคือประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าที่เกิดขึ้นจากการพัฒนามียอดขายที่มากขึ้น หรือสามารถที่จะต่อยอดยกระดับตัวผลิตภัณฑ์ให้สามารถขยายตลาดจากท้องถิ่นสู่การส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ 
 
 
 
 
ทิศทางและแผนงานด้านการบริการวิชาการของมหาลัยในอนาคต ?
 
ในการดำเนินงานการบริการวิชาการหรือการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคตสิ่งที่มหาลัยต้องการมากที่สุดตอนนี้คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มองไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเราต้องการให้พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดของเรา ภูเก็ต พังงา กระบี่ มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เกิดการบูรณาการงานด้วยกันทุกภาคส่วนเพื่อมุงไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ดังนั้นในการดำเนินงานต่อไปจากนี้ จำเป็นต้องมุ่งในเรื่องของการพูดคุยเพื่อสร้างพันธมิตรที่ใหญ่ขึ้นเพื่อสร้างการพัฒนามากขึ้น และต่อยอดขยายพื้นที่กระจายตัวออกไป ในการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมาเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศทั้ง 38 แห่ง โดยราชภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในนั้นที่ให้ความสำคัญกับภารกิจดำเนินการตามพระบรมราโชบายเพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนโดยให้ราชภัฏเป็นผู้ดำเนินงาน
 
ฝากถึงองค์กรที่อยากจะมาร่วมพัฒนาท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัย ?
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต ขอเชิญชวนให้หน่วยงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีความสนใจ มีความรู้ มีองค์ความรู้ หรือมีศักยภาพที่ประสงค์จะร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น ทางมหาลัยราชภัฏภูเก็ตยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมมือกันเพราะระบบเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่นเป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นแรงสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นและภูมิภาคสามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง ในฐานะของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เราขอขอบคุณพันธมิตรและชาวบ้านที่เชื่อมั่นในมหาวิทยาลัย 
 
 
 
 
 
Top