เมนู

คณะครุศาสตร์ - เรียนศึกษาต่อภาคใต้ ภูเก็ต

PKRU EXPERT : ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู นักประยุกต์สร้างบทเพลงพื้นถิ่นอันดามันในท่วงทำนอง “โมเดิร์น รองเง็ง”

 
0
 
 
ขนบทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นในรูปแบบ “ผลงานดนตรี” นอกจากจะถูกบอกเล่าผ่านหนังสือและบันทึกทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์แล้ว การสืบสานและต่อยอดผลงานให้ยังคงโลดแล่นอยู่บนเวทีการแสดงเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสนับสนุนอีกทาง
 
 
 
 
ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู อาจารย์สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสากล ได้ตระหนักถึงบทบาทของการนำหลักวิชาการสู่การพัฒนาท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้ทำการศึกษาวิจัยการจัดแสดงดนตรีร่วมสมัยในชื่อ “การประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบวงอังซังเบลอ” ซึ่งมีความน่าสนใจในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยได้ใช้แนวคิดการนำดนตรีรองเง็งที่เป็นดนตรีพื้นพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวคิดหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตก เกิดเป็นงานศิลปะแนวใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากวงรองเง็งคณะสวนกวี จ.กระบี่ โดยได้นำทำนองเพลงรองเง็งมาเรียบเรียงเสียงประสานอย่างปราณีต ก่อเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนสาระที่ปรากฏบนงานดนตรีแนวผสมผสานที่เปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นตามแนวทางของรองเง็งได้อย่างลงตัวและไพเราะฟังง่ายตามแนวทางดนตรีสากล คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอพาไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์ดนตรีร่วมสมัย
 
 
 
รองเง็ง + อังซังเบลอ (Ensemble)
 
เมื่อพูดถึงรองเง็ง ผู้คนมักจะจดจำท่วงท่าร่ายรำของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในชุดอาภรณ์สีสันฉูดฉาด แต่ในฐานะของผู้เรียบเรียงดนตรี จังหวะ (Rhythm) ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ผู้ฟังจดจำท่วงทำนองได้อย่างติดหู ซึ่งปัญหาของรองเง็งคือพ่อเพลงแม่เพลงสูงอายุ ขาดผู้สืบสาน และขาดโอกาสในการต่อยอดทางดนตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการศึกษาวิจัยร่วมกับวงรองเง็งคณะสวนกวี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1.เพื่อศึกษาบทเพลงรองเง็งของคณะสวนกวีจังหวัดกระบี่ 2.เพื่อวิเคราะห์แนวคิดในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอ ในการกระบวนการประยุกต์สร้างได้นำเครื่องดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้านของวงรองเง็งมาผสมวงในรูปแบบวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยใช้แนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสาน ตามหลักทฤษฎีดนตรีสากล ได้ใช้เครื่องดนตรีที่ทั้งหมด 9 ชิ้น ประกอบไปด้วย 1.เปียโน 2.เบส 3.ไวโอลิน 4.กลองรำมะนา 5.อัลโตแซ็กโซโฟน 6.เทเนอร์แซ็กโซโฟน 7.บาริโทนแซ็กโซโฟน
 
 
 
พลิกฟื้นดนตรีพื้นบ้านสู่เวทีดนตรีสากล
 
โจทย์ในการศึกษาวิจัยดนตรีร่วมสมัยในครั้งนี้คือเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงดนตรีพื้นบ้านและสากลได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการนำไปต่อยอดในชุมชนได้และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักดนตรีในชุมชน เพราะว่ารองแง็งจะเป็นดนตรีพื้นบ้านที่เล่นในกลุ่มของชุมชนไม่กี่คน หากสามารถประยุกต์สร้างให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่จะสามารถต่อยอดและนำไปใช้ในการแสดงดนตรีบนเวทีต่างๆ สร้าง เป็นสีสันและเป็นดนตรีทางเลือกให้กับผู้ฟังหรือสถานบันเทิงรวมถึง ชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลให้กลับมาสืบสานศิลปวัฒนธรรมในถิ่นฐานของตน รวมถึงนักดนตรีสากลรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาดนตรีศึกษา มีแนวดนตรีทางเลือกในการประพันธ์เนื่องจากสามารถใช้เครื่องดนตรีสากล อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์ร่วมกับแนวเพลงยอดนิยมอย่าง Pop หรือ Jazz ได้
 
 
 
ผลลัพธ์จากการผสมผสานแนวทางดนตรี 
 
ความจริงแล้วท่วงทำนองดนตรีของบทเพลงรองเง็งเมื่อได้มาวิเคราะห์จะมีความเป็นดนตรีสากลผสมกับความความเป็นดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมสืบต่อกัน การที่จะนำดนตรีในสองวัฒนธรรมมาประยุกต์รวมกันต้องใช้ทักษะและความเข้าใจในการร้อยเรียงท่วงทำนองและจังหวะเพื่อให้ดนตรีมีความสมดุลและลงตัว เช่น การนำไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตะวันตกอยู่แล้วบวกเข้ากับดนตรีพื้นบ้านคือกลองรำมะนาที่มีเสียงและจังหวะที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว และเครื่องดนตรีสากลชนิดอื่นๆ จนกลายเป็นดนตรีที่มีการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมคือดนตรีตะวันตกกับตะวันออก ทำให้เรียนรู้ได้ว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่ทุกเชื้อชาติสามารถที่เข้าใจได้และเสพดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ผลงานดนตรีรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอได้มีการบันทึกผลงานในรูปแบบคลิปวีดีโอและผลงานดนตรีในรูปแบบ CD และไฟล์เพลง ซึ่งชุมชนชาวไทยใหม่หรือชาวมุสลิมในอันดามัน สามารถนำบทเพลงในรูปแบบผสมผสานนำไปใช้จัดแสดงเพื่อเป็นการเปิดตัวโมเดิร์นรองเง็ง ต่อยอดสู่การสร้างรายได้แก่ชุมชน รวมถึงต่อลมหายใจให้กับศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น จากงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำมาบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในสาขาวิชาดนตรีศึกษา ในรายวิชาต่างๆ ได้หลายวิชา เช่น วิชาดนตรีท้องถิ่น วิชาหลักการเรียบเรียงเสียงประสาน วิชาทฤษฎีดนตรีไทยและสากล วิชาหลักการรวมวง เป็นต้น และนักศึกษาสามารถนำความรู้จากแนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสานหรือการประยุกต์ร่วมกับแนวดนตรีในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย ผศ.อัครวัฒน์ อธิบายถึงที่มาที่ไปและความน่าสนใจของผลงาน
 
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นแหล่งภูมิปัญญาของท้องถิ่นอันดามันในด้านศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ อนุรักษ์ และต่อยอดให้ศาสตร์และศิลป์ของอันดามันมีความน่าสนใจและสามารถยืนหยัดในโลกสมัยใหม่ได้ด้วยการใช้ความสามารถของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมมือกับเจ้าของผลงานดั้งเดิมในท้องถิ่น จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ดังเช่น บทเพลงรองเง็งร่วมสมัย ที่ทั้งทรงคุณค่าและสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างเกิดประโยชน์ทั้งในวงการวิชาการเพื่อการศึกษาและการจัดแสดงเป็นอาชีพเพื่อสร้างงานให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งการดำเนินงานดังที่กล่าวมาเป็นภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ได้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
 
 
เพลง เจะหม้าหมาด 
 
 
เพลง บูหรงบูเตะ
 
 
เพลง เลฮังกังกง
 
 
เพลง ซำมะริซำ
 

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ กับแนวคิดพัฒนาโรงเรียนสาธิตฯ ด้วยหลักสูตรแห่งความสุข

 
hiran prasankarn president of pkru nov 2019 1
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีพัฒนาการในด้านการจัดการศึกษา จากโรงเรียนฝ่ายปฐมวัยและฝ่ายประถมศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อเป็นสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาสายครู คณะครุศาสตร์ ต่อมามีการเปิดฝ่ายมัธยมศึกษา เพื่อรองรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็นห้องเรียนส่งเสริมอัจฉริยภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา และเทคโนโลยี 
 
ในขณะที่บทบาทของการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในยุคใหม่ นอกจากการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกช่วงวัย การเปิดหลักสูตรระยะสั้น ควบคู่กับการให้บริการวิชาการ เป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยแล้ว การพัฒนาการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานอย่าง โรงเรียนสาธิตฯ เป็นนโยบายหลักที่สำคัญประเด็นหนึ่งของ ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอนำผู้อ่านรับทราบมุมมอง วิสัยทัศน์ และแนวทางในการขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิต PKRU โดยใช้ความสุขของนักเรียนเป็นหัวใจในการพัฒนาโรงเรียน
  
ที่มาของการพัฒนาโรงเรียนสาธิต ตั้งแต่ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
 
สำหรับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งมาจากคอนเซ็ปท์การเป็นห้องปฏิบัติการของการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มีการผลิตครู โดยเริ่มต้นที่การเปิดสอนในระดับปฐมวัย จัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวทางวอลดอร์ฟ ซึ่งเป็นรูปแบบการศึกษาที่บูรณาการวิชาการร่วมกับกิจกรรรมต่างๆ โดยมีครูเป็นผู้ดูแลและอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการตามวัยของเด็กนักเรียน หลังจากนั้นมีการเปิดสอนในฝ่ายประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งจะเน้นการสอนในเรื่องของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่สิ่งสำคัญที่ผมพยายามผลักดัน คือแสวงหาวิธีการสร้างความสุขให้นักเรียนผ่านวิธีการสอนที่เน้นการปฏิบัติ สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ลดบรรยากาศการแข่งขัน ส่งเสริมให้เด็กอยากมาโรงเรียน เพราะต้องการมาเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวบ่งชี้เชิงประจักษ์ว่า เราจัดการเรียนการสอนแล้วเด็กมีความสุข เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นต้นทุนสำคัญในเรื่องของความฉลาดทาง IQ และ EQ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในอนาคต
 
สำหรับฝ่ายประถมศึกษานั้นมีนักเรียนศึกษาจบประถมศึกษาปีที่ 6 รุ่นแรกเมื่อปีที่ผ่านมา (ปี 2561) มีนักเรียนที่สอบได้ผลคะแนน O-NET เต็ม 100 คะแนน จำนวน 4 คน (แบ่งเป็นคะแนนเต็มจากวิชาคณิตศาสตร์ 3 คน และภาษาอังกฤษ 1 คน) รวมถึงนักเรียนคนอื่นๆ มีค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET เป็นที่น่าพึงพอใจ โดย ใน O-NET 100% เต็มมีอยู่ 4 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 โดยมีคะแนนของคณิตศาสตร์ 3 คน และคะแนนของภาษาอังกฤษอีก 1 คน 
  
 
 
จุดเด่นของโรงเรียนสาธิตฯ PKRU ?
 
ได้ทำการจัดโซนนิ่ง ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอาคารเรียน ห้องเรียน พื้นที่ใช้สอย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตฯ เน้นเรื่องความปลอดภัย นอกเหนือจากเรื่องของกายภาพ ในเรื่องของหลักสูตรเราได้ดึงพลังความร่วมมือกันระหว่างครูของโรงเรียนและทีมคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ช่วยพัฒนาหลักสูตร และใช้บุคลากรที่สอนในระดับอุดมศึกษาสนับสนุนการสอนในโรงเรียนสาธิตฯ โดยเฉพาะในเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในส่วนของภาษาต่างประเทศมีการใช้เจ้าของภาษา Native Speaker เป็นผู้สอน จึงกล่าวได้ว่าเรามีหลักสูตรที่เป็นลูกผสมระหว่างหลักสูตร Basic และหลักสูตรแบบ Advance ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ในยุคใหม่ที่ไม่ตีกรอบผู้เรียนโดยใช้วิธีการให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ ทดลอง นำไปสู่การเกิดทักษะความรู้ทั้งหลักการและลงมือปฏิบัติ
 
นอกจากนั้นมีการใช้ห้องเรียน ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดนตรี-นาฏศิลป์ ให้นักเรียนสามารถใช้เรียนรู้เช่นเดียวกับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งโรงเรียนให้ความสำคัญเรื่องของพรสวรรค์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ด้วยการสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าและมีประสบการณ์ ผ่านกิจกรรมดาราศาสตร์ แข่งขันหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรม ดนตรี ศิลปะ การแสดง และกีฬา รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ คิดค้นโครงงานทางด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์ สู่การเข้าร่วมกิจกรรมในเวทีระดับชาติ และระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาโรงเรียนมีนักเรียนที่เป็นดาวเด่นนักกีฬา นักกีฬาเรือใบเยาวชนทีมชาติ นักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติ นักเทควันโดแชมป์ระดับภูมิภาค ซึ่งโรงเรียนร่วมผลักดันและส่งเสริมอย่างเต็มที่เพื่อให้นักเรียนได้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ สำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตัวตนให้กับเด็กว่ามีความสนใจในด้านใด รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในด้านบุคลิกภาพ การสื่อสาร และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ 
 
 
 
เหตุผลที่โรงเรียนเป็นที่นิยม และมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี ?
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เริ่มต้นจากการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย จนเป็นที่นิยมของผู้ปกครองเลือกส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน และเกิดความประทับใจในพัฒนาการด้านสมาธิ อารมณ์ และไหวพริบในด้านต่างๆ เนื่องจากเรามีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเติมเต็มพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยและลักษณะเฉพาะของผู้เรียน เช่น เราไม่เร่งให้มีการอ่าน การเขียน แต่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย เขาก็จะมีการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว โดยมีนักศึกษาครูดูแลอย่างใกล้ชิด ร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียน และคณาจารย์ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีการศึกษาวิจัยถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพของเด็กในระดับปฐมวัย จึงทำให้ผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจ และบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้เป็นที่นิยมและเชื่อมั่นถึงคุณภาพของโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ได้เลือกศึกษาต่อเนื่องไปถึงระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
  
 
 
เป้าหมายของโรงเรียนสาธิตฯ ?
 
นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ต้องมีความสุข สาเหตุที่เราเน้นเรี่องนี้เพราะเข้าใจถึงความต้องการของเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพยายามออกแบบหลักสูตร รายวิชา และกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนให้มีความสนุก ได้เรียน ได้เล่น ได้สงสัยและตั้งคำถาม ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้จะนำไปสู่ความตั้งใจให้เกิดความรู้สึกว่านักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ ดีกว่าเพียงเป็นเรื่องของโรงเรียนต้องการที่จะสอน เพราะการใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง จะสามารถก่อให้เกิดจินตนาการ ความมั่นใจในตนเอง และที่สำคัญคือผู้สอนจะสามารถสำรวจความถนัดและความสนใจของนักเรียนแต่ละบุคคลได้ เพื่อช่วยยกระดับความรู้และทักษะได้อย่างตรงจุด โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดเพียงหลักวิชาการเท่านั้น เพราะในโลกยุค 4.0 นิยามของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน กระดานดำ หรือหนังสือเล่มหนาอีกต่อไป แต่สามารถที่จะเรียนรู้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม อุปกรณ์สมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น ปราชญ์ท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งรูปแบบต่างๆ เมื่อนำมาผนวกในหลักสูตรส่งผลให้รายวิชาต่างๆ มีความน่าสนใจดึงดูดผู้เรียน จึงเป็นที่มาของการใช้ความสุขเป็นสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ เพราะเพียงแค่นักเรียนใส่ใจและสนุกกับหัวข้อต่างๆ ก็สามารถยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาได้แล้ว ซึ่งเราจะเน้นจุดขายตรงนี้ในการขับเคลื่อนโรงเรียนต่อไป  
 
 
 
ทิศทางและแนวทางในอนาคตที่อธิการบดีจะพัฒนาโรงเรียน ?
 
ในความเชื่อส่วนของตัวผม ความสุขคือสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผมมุ่งหวังให้เด็กสาธิตฯ จะต้องมีความสุขกับการมาเรียน และมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เรียนรู้ในสิ่งที่เขาอยากจะทำ เขาอยากจะเป็น สามารถค้นพบพรสรรค์และสิ่งถนัดได้ตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่ใช้เวลาค้นหาตนเองนานเกินไป อยากจะให้เด็กทุกคนมีภูมิต้านทานในเรื่องของการใช้ชีวิต เป็นผู้บริโภคข้อมูลความรู้อย่างชาญฉลาด มีสมาธิ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว สังคม และมีความเป็นผู้นำ จุดมุ่งหมายข้างต้นคือความปรารถนาที่ผู้บริหารจะใช้ผลักดันและขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิตฯ ในมิติต่างๆ ให้เป็นในทิศทางที่เราตั้งใจ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการเห็นลูกหลานมีพัฒนาการที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวสาธิต PKRU 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


text : PRPKRU 
pic : Satit PKRU
 

PKRU SCOOP : ต้องอ่านออกต้องเขียนได้ จะช่วย นร. คิดวิเคราะห์เป็น “ภาษาไทย ม.ราชภัฏภูเก็ต” ระดมเทคนิคการสอนออกค่ายโรงเรียน 3 จ. อันดามัน

1
 
ปัญหาอ่านไม่ออก (อ่านไม่ชัด) เขียนไม่ได้ (หรือเขียนผิด-นึกศัพท์ไม่ออก) ของนักเรียนระดับประถมศึกษา เป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งคุณภาพการจัดการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เพราะการเขียนอ่านภาษาไทยอย่างถูกต้อง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอนุรักษ์จารีตประเพณีภาษาประจำชาติ แต่คุณภาพการใช้ภาษาไทยของผู้ใช้ จะช่วยนำไปสู่การเป็นผู้เปี่ยมทักษะในการสื่อสาร ติดต่อเจรจา ต่อรอง หรือการบอกเล่าเรื่องราว และสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านที่สนใจ ล้วนมาจากพื้นฐานของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องและสื่อความหมายได้อย่างเหมาะสม 
 
2
 
3 0
 
อาจารย์พรพักตรา ไชยเศรษฐ ประธานสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ในฐานะของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยดำเนินงานด้านการให้บริการวิชาการแก่ท้องถิ่น จะมาเล่าถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาภาษาไทยในอันดามัน ด้วยกลวิธีถ่ายทอดเทคนิคการสอนใหม่ๆ สู่ครู ต่อยอดวิธีเรียนภาษาไทยแบบสนุกไม่ชวนเบื่อสู่นักเรียน  
 
3 1
 
3
 
“สาขาวิชาภาษาไทย มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการอ่านออกเขียนได้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ แล้วจากบทสรุปต่างๆ จากข้อมูลที่ได้รับทราบจากข่าวสารหรือจากโรงเรียน จะพบว่าปัญหาเรื่องการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะเด็กระดับประถมศึกษานั้น ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่พวกเราในฐานะครู คงจะละเลยภารกิจนี้ไม่ได้ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ จึงได้รับมอบหมายในการจัดกิจกรรม ส่งเสริม และแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งใน จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยได้มีการจัดอบรมแยกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือ การอบรมครูผู้สอนระดับประถมศึกษาโดยเฉพาะครูทางด้านภาษาไทย ให้เรียนรู้เทคนิควิธีการสอนใหม่ๆ เราต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไป ปัญหาของเด็กเมื่อหลายปีก่อน ย่อมไม่เหมือนกับเด็กในปัจจุบัน ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ในการเสริมสร้างเทคนิคการสอนใหม่ๆ ว่ามีวิธีใดบ้างที่ถือว่าเป็นทักษะการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ที่จะช่วยแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เพื่อให้ครูได้เทคนิคการสอนไปประยุกต์ใช้ที่โรงเรียน ในการจำแนกปัญหาของแต่ละคน เพราะแต่ละโรงเรียนนั้นปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้นคงจะต้องแตกต่างกัน ในส่วนที่สอง ซึ่งเป็นกิจกรรมย่อยของเราก็คือการจัดค่ายเพื่อที่จะเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ให้กับน้องๆ ประถมศึกษา ระดับตั้งแต่ ป.1 จนถึง ป.6 ในโรงเรียนพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมออกค่ายการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เนื่องจากสาขาวิชาภาษาไทยได้ตระหนักทั้งในเรื่องของการเรียนปนเล่น เล่นปนเรียน ดังนั้นการจัดค่ายดังกล่าวได้ให้นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยในแต่ละชั้นปีได้มีส่วนร่วม ในการสร้างสรรค์ฐานกิจกรรมออกมา ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจะแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ต่อเด็กอย่างไร ซึ่งสำคัญที่สุดที่เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานในการที่จะช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้นั้นก็คือเรื่องของการใช้รูปภาพผสมคำ การรู้จักตัวสะกด การเรียงร้อยประโยค ความหมายของคำ 
 
สิ่งต่างๆเหล่านี้ สาขาวิชาภาษาไทยเราได้ทำการบ้าน และสร้างสรรค์ออกมาเป็นค่ายการจัดการเรียนรู้ ซึ่งตลอดการทำงานของสาขาวิชาภาษาไทยในโครงการยกระดับคุณภาพการจัดการการเรียนรู้นั้น อย่างแรกที่เราได้เรียนรู้ในฐานะคณะทำงานคือ เราพบว่าปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้นเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่สามารถจะปฏิเสธได้ เราไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ครูบาอาจารย์อย่างเดียว ก็คงจะต้องฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพราะกิจกรรมที่เราได้ลงไปช่วย สิ่งสำคัญคือจะต้องสืบสาน ต่อยอด ช่วยเหลือกันทุกฝ่าย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ก็คงจะต้องช่วยดูแลเอาใจใส่น้องๆ ด้วย อย่างเช่นมีการบ้านภาษาไทยให้อ่านคำศัพท์คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีส่วนร่วม ลูกเองก็จะได้มีความใกล้ชิดกับครอบครัวเพิ่มมากขึ้น นี้คือสิ่งที่เราจะต้องมาประสานความร่วมมือกันโครงการนี้ถึงจะประสบความสำเร็จ และเห็นผลเป็นรูปธรรม”
 
4
 
5
 
6
 
7
 
โครงการนี้จะต่อยอดไปถึงอะไรได้อีก ? 
 
“คงไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลการเรียน หรือตัวเลขคะแนนผลการสอบในสนามวิชาการของเด็กที่สูงขึ้น แต่สำคัญที่สุดก็คือเรากำลังจะชี้ให้เห็นว่าการที่เรามีความสามารถในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ การวิเคราะห์โจทย์แต่ละวิชานั้น การสื่อสาร การมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาจะส่งผลดีกับน้องๆ ในการที่จะสามารถเอาไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ในการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพในการเรียนวิชาต่างๆ ด้วย โดยมีวิชาภาษาไทยเป็นพื้นฐาน ทั้งหมดนี้ก็เป็นภารกิจของคณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต สิ่งที่กล่าวมานั้นคือภารกิจสำคัญที่ทางสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต มีความภาคภูมิใจ นอกเหนือจากภารกิจในการผลิตครู ในการอบรมครู ในการสร้างบัณฑิตสาขาครูให้มีคุณภาพแล้ว สิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจอย่างยิ่งก็คือการได้ดำเนินตามพระบรมราโชบาย รัชกาลที่ 10 ในการที่ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยของท้องถิ่นและชุมชน รวมไปถึงภารกิจในการผลิตครู ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
 
ด้าน นางสาวณัชชา ศรีสมทรง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ที่ได้ลงไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม สะท้อนมุมมองว่า “โจทย์ที่สาขาฯ ตั้งใจนำไปมอบให้กับนักเรียน คือทำให้ภาษาไทยเป็นสิ่งที่สนุก เป็นความท้าทาย จึงสอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวกับ พยัญชนะ ตัวสะกด วรรณยุกต์ การเรียบเรียงประโยค ออกมาในรูปแบบบอร์ดเกมส์เพื่อให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงภาพวัตถุสิ่งของกับคำพยัญชนะได้ นอกจากนั้นยังช่วยฝึกให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการอ่านเขียนและการนำเสนอเพื่อสร้างความกล้าแสดงออกอีกด้วย ซึ่งการลงไปในพื้นที่เช่นนี้ ตนเองและเพื่อนๆ ในสาขาฯ ได้รับประโยชน์เนื่องจากช่วยให้ได้ใช้หลักจิตวิทยาในชั้นเรียน เพื่อเรียนรู้การสอนบนความแตกต่างของนักเรียน”
 
ในส่วนของ นางสาววิภาวรรณ แข็งแรง ให้ความเห็นว่า “การเป็นครูภาษาไทยยุคใหม่ จำเป็นต้องปรับตัวหาวิธีการสอนโดยใช้สื่อไอทีมาผสมผสานกับบทเรียนในหนังสือ สร้างสรรค์จากตัวหนังสือเป็นภาพที่ดึงดูดสายตาและความสนใจของผู้เรียน ประสบการณ์จากค่ายอ่านออกเขียนได้ช่วยกระตุ้นให้พวกเรา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 กลับมามุ่งมั่นพัฒนาวิธีการสอนให้ดีขึ้นก่อนที่จะออกไปฝึกประสบการณ์และทำอาชีพครูภาษาไทยมืออาชีพในอนาคต”
 
8
 
ผศ.ดร.รัฐพล พรหมสะอาด รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะครุศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “คณะฯ ได้จัดทำโครงการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในเรื่องของการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ ในเขตพื้นที่ 3 จ.ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต พังงา กระบี่) เนื่องจากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับชาติ (O-NET) วิชาภาษาไทยในโรงเรียนหลายแห่งมีคะแนนวิชาภาษาไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะยกระดับให้สูงขึ้น ครุศาสตร์จึงได้ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ครู และออกค่ายกิจกรรมพัฒนานักเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งครอบคลุมแนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย การออกค่ายอ่านออกเขียนได้ การอบรมนวัตกรรมสื่อการสอน การ Reskill & Upskill การสร้างอินโฟกราฟิก บอร์ดเกม เพื่อสนับสนุนการสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้กับนักเรียน ทั้งนี้การดำเนินงานบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยนอกจากชะช่วยสนับสนุนการศึกษาของท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยพัฒนาบุคลากรฝ่ายวิชาการและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยให้มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับท้องถิ่น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของการสร้างครูในปัจจุบันและว่าที่ครูในอนาคตให้มีศักยภาพตอบโจทย์การศึกษาของท้องถิ่น”
 
81564599 2540840296240670 6276819241081503744 o
 
81621205 2540841659573867 5602302521394593792 o
 
82241873 2540840182907348 8682642363027292160 o
 
DSCF6807
 

กลุ่มวิชาชีพครู ม.ราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อบ่มเพาะนักศึกษาครูตั้งแต่ชั้นปี 1

1 3

กลุ่มวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรมจิตอาสา ภายใต้โครงการพัฒนาคุณลักษณะและทักษะวิชาชีพครู ในพื้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝ่ายปฐมวัย ฝ่ายประถมศึกษา และฝ่ายมัธยมศึกษา โดยมีนักศึกษาครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 รุ่น 2562  ร่วมจัดกิจกรรมให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ และร่วมพัฒนาโรงเรียน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ให้กับโรงเรียน

7

8

11

ผศ.เอมอร นาคหลง ประธานกลุ่มวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า การจัดโครงการพัฒนาคุณลักษณะและทักษะวิชาชีพครู นักศึกษาชั้นปีที่ 1 รุ่น 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณลักษณะและทักษะวิชาชีพครู  ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยบ่มเพาะนักศึกษาครูตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตมีสมรรถนะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ก่อนที่จะออกไปประกอบวิชาชีพครูในโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งเป็นการเพื่อระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติต่อไป

16

19

23

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกๆ กิจกรรมจิตอาสาของนักศึกษาทุกสาขา ได้จัดให้มีอาจารย์กลุ่มวิชาชีพครู อาจารย์สาขาการประถมศึกษา และครูโรงเรียนสาธิตฯ ร่วมให้การดูแลและให้คำปรึกษาในทุกๆ กิจกรรม เช่น “Knowledge of science” “บำเพ็ญประโยชน์” “ปันน้ำใจแลกรอยยิ้มจากพี่สู่น้อง” “กีฬาพาสนุก น้องสนุกพี่ก็สนุก” “พี่สอนให้น้อง” “คลินิกกีฬา” “พี่ช่วยสอน” “สื่อสอนน้อง” ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะพัฒนาคุณลักษณะและทักษะวิชาชีพครูให้แก่นักศึกษาปี 1 แล้ว ยังช่วยสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ อีกด้วย

24

25

29

31

32

 

กิจกรรมวันครูแห่งชาติ 2563

 

teacher day 2020

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรมวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมี ผศ.ดร.สุวิชา วิริยมานุวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ราชภัฏภูเก็ต ร่วมด้วย ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ ตลอดจน อาจารย์อาวุโส อาจารย์คณะครุศาสตร์ ครูโรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏภูเก็ต และคณะครูจากโรงเรียนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.ใกล้เคียง เข้าร่วม ณ อาคารครุเฉลิมรัช ในการนี้ได้มีการมอบรางวัลครูดีเด่น และรางวัลอาจารย์ในดวงใจ

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

pkru-teacher-day-2020

คลิกชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

คณะครุศาสตร์ เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาครูภาษาไทย มุ่งเน้นการแก้ปัญหาอ่านออกเขียนได้ใน จ.ภูเก็ต

pkru education 3 nov 2019 1
 
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  โดยมี ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.รัฐพล พรหมสะอาด รองคณบดีฯ  คณาจารย์คณะครุศาสตร์ ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ณ อาคารครุเฉลิมรัช คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
 
 
 
 
ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า กล่าวว่า “คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การปฏิบัติ โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อภาพอินโฟกราฟิกและเกมบอร์ด ภายใต้โครงการหลัก โครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถของครูและบุคลากรทางการศึกษาในการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย และเพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้นต่อไป”
 
 
 
 
สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 โรงเรียน โดยมี ดร.นิพนธ์ บริเวธานันท์ อาจารย์ปสุตา แก้วมณี คุณชาญวิทย์ คงมัยลิก และคุณกฤติยา นาวีว่อง ร่วมเป็นวิทยากรในการอบรม  โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การสร้างสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อการเรียนรู้ การออกแบบโปสเตอร์เชิงสร้างสรรค์ และการสร้างบอร์ดเกมภาษาไทยแบบออนไลน์และออฟไลน์ ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
 
 
 
 
 

ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต น้อมนำพระบรมราโชบายฯสู่การปฏิบัติยกระดับคุณภาพการศึกษา

S 67903490

เมื่อวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ลงในพื้นที่จังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต จัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  โดยมี ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.รัฐพล พรหมสะอาด รองคณบดีฯ  ผศ.เอมอร นาคหลง ประธานกลุ่มวิชาชีพครู และคณาจารย์คณะครุศาสตร์ ร่วมพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูประจำการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  60 โรงเรียน

S 67903494

S 67903496

ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า กล่าวว่า คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การปฏิบัติ โดยจัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น โดยจัดกิจกรรมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูประจำการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ความต้องการ และหารือแนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างตรงเป้าหมายต่อไป

S 67903501 1

กระบี่รอยัล 191118 0110 1

ทีมเนินเขา พังงา 191118 0111

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีความต้องการให้คณะครุศาสตร์ จัดอบรมด้านการผลิตสื่อการเรียนการสอน เทคนิคการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การควบคุมชั้นเรียน และจัดการศึกษาที่สนองความต้องการ จำเป็นของเด็กเป็นรายบุคคลมีการจัดบริการช่วยเหลือสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ตามมาตรฐานคุณภาพที่เท่าเทียม  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น ทั้งนี้ คณะครุศาสตร์จะได้นำผลจากการสะท้อนความคิดของผู้เข้าร่วมโครงการมาดำเนินการจัดโครงการฯ ในปีที่ 2 ให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ทีมเนินเขา พังงา 191118 0256

พาโก้ ภูเก็ต 191118 0008

พาโก้ ภูเก็ต 191118 0164

ครุศาสตร์ มรภ.ภูเก็ต น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดกระบี่

 
edu pkru 12 dec 2019 1
 
ระหว่างวันที่ 7–8 ธันวาคม 2562 ณ โรงแรม กระบี่รอยัล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อภาพอินโฟกราฟิกและเกมบอร์ด ภายใต้โครงการหลัก โครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถของครูและบุคลากรทางการศึกษาในการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย และเพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
 
เรียนครุศาสตร์
 
เรียนครุศาสตร์
 
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีคณาจารย์คณะครุศาสตร์ ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวกว่า 40 คน โดยมีหัวข้อการอบรมประกอบด้วยการสร้างสื่ออินโฟกราฟิก การออกแบบโปสเตอร์การเรียนการสอน และการสร้างบอร์ดเกมภาษาไทยแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยมี อาจารย์นิพนธ์ บริเวธานันท์ อาจารย์จุฑามาศ ชูจันทร์ และคุณกฤติยา นาวีว่อง ร่วมเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ครั้งนี้ 
 
เรียนครุศาสตร์
 
เรียนครุศาสตร์
 
เรียนครุศาสตร์
 
เรียนครุศาสตร์
 

นักศึกษาครู ม.ราชภัฏภูเก็ต แบ่งปันการเรียนรู้ ร่วมสร้างสรรค์สื่อการสอนมอบแก่โรงเรียนขนาดเล็ก จ.ภูเก็ต

pkru teacher 20 jan 2020
 
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ณ ลานกิจกรรม อาคารครุเฉลิมรัช คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ จัดโครงการผลิตสื่อการสอนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดภูเก็ต โดยมี ผศ.ดร.สุวิชา วิริยมานุวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานเปิดโครงการ 
 
สำหรับโครงการดังกล่าว ได้มอบสื่อการสอนที่ออกแบบและผลิตโดยนักศึกษาครุศาสตร์  จำนวนกว่า 30 ชุด โดยมี ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ ดร.สมเกียรติ สัจจารักษ์ หัวหน้าศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ผศ.เอมอร นาคหลง ประธานกลุ่มวิชาชีพครู และคณาจารย์จากกลุ่มวิชาชีพครู ร่วมมอบสื่อการสอนให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน และตัวแทนครูจากโรงเรียนขนาดเล็ก ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมแบ่งปันการเรียนรู้ผ่านสื่อการสอนจากนักศึกษาครุศาสตร์ส่งต่อน้องๆ นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป

ประกาศแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรสายวิชาการตำแหน่ง ศาสตราจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน ตำแหน่งชำนาญการ (12 มิถุนายน 2563)

(PRPKRU)มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ประกาศแสดงความยินดีกับบุคลากรสายวิชาการ ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ผู้ช่วยศาสตราจารย์" และบุคลาการสายสนับสนุน ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ชำนาญการ" จากการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 11

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 10

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 12

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 9

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 5

PHUKET RAJABHAT UNIVERSITY 7

แสดดำฮัมเพลง Born to be "BIRD" ธงไชย แมคอินไตย์

phuket professional concert feb 2020
 
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดการแสดงคอนเสิร์ตแสด-ดำฮัมเพลงครั้งที่ 14 Born to be "BIRD" ธงไชย แมคอินไตย์ โดยมี คณะผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา ตลอดจน ประชาชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น ณ ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ ศูนย์ประชุมอันดามันพรรณราย ม.ราชภัฏภูเก็ต 
 
 
 
 
โดยวัตถุประสงค์ของการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาดนตรีศึกษา ซึ่งมีการจัดทำโปรเจคท์ก่อนการออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้ฝึกการทำงานเป็นทีม การจัดการระบบการจัดการแสดงอย่างครอบคลุม ฝึกฝนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพทางด้านดนตรี สำหรับในปีนี้ ดนตรีศึกษา ได้จัดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 14 ในชื่อธีม Born to be "BIRD" ธงไชย แมคอินไตย์ โดยนำผลงานเพลงที่อยู่ในความทรงจำและผลงานฮิตของศิลปินซุปเปอร์สตาร์ จัดแสดงกว่าหลายสิบบทเพลง ผ่านการเรียงร้อยเป็นช่วงต่างๆ สอดคล้องกับอารมณ์ของเนื้อหาเพลง และได้มีการนำเสนอแสง สี เสียง มาตรฐานระดับโปร ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้ให้การสนับสนุนให้นักศึกษาจัดการแสดงแสดดำฮัมเพลงอย่างเต็มรูปแบบเพื่อมอบความบันเทิงให้กับคนในท้องถิ่น นำไปสู่การสร้างประสบการณ์ให้กับนักศึกษาก้าวสู่การเป็นนักดนตรีมืออาชีพในอุตสาหกรรมการแสดงดนตรีของภูเก็ตต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Top