
PRPKRU (20 มกราคม 2566) ศูนย์นวัตกรรมสปาและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตบุคลากรในธุรกิจสปาและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้โครงการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการท่องเที่ยวและบริการ โดยมี นายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพร้อมลงนามร่วมกับ ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อาจารย์ ดร.บุญศุภภะ ตัณฑัยย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารพันธกิจสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ตลอดจนภาคีเครือข่าย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่อาคารศรีราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
พร้อมกันนี้ได้มีการเสวนาหัวข้อ “ความท้าทายการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจสปาและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โดย อาจารย์ ดร.พุทธพร บุญณะ ประธานคณะกรรมการ ศูนย์นวัตกรรมฯสปา นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานกรรมการบริหาร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายเอกรินทร์ วริทธิกร เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต


ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ กล่าวว่า “ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรม สู่การพัฒนาท้องถิ่น โดยมีการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัยและนวัตกรรมเฉพาะทาง ศูนย์นวัตกรรมสปาและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพทางการวิจัยและนวัตกรรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้ ด้านการพัฒนาภาคการผลิตและบริการบนฐานของการพัฒนานวัตกรรมบริการสู่ความยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ คือ เป็นศูนย์นวัตกรรมสปาและ การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคการโรงแรมที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทางศูนย์ฯ ในฐานะหน่วยงานกลาง จึงจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนานวัตกรรมสปาและการท่องเทียวส่งเสริมสุขภาพ และการเสวนาการสร้างความร่วมมือในการผลิตบุคลากรในธุรกิจและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ เพื่อรับมือและหาแนวทางในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน”

นายดนัย รองผู้ว่าฯภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า “จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้ประเทศกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพำนักและจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่นจำนวนมาก และหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาแล้วกว่า 4 ล้านคน โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 70 และนักท่องเที่ยวคนไทยร้อยละ 30 ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 180,000 ล้านบาท สำหรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านมาเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว ภาครัฐหรือหน่วยงานที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงและการเสวนาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะหารือแนวทางรับมือและแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน สนับสนุนและส่งเสริมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพสู่ภาคการบริการ ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง”



简体中文
Thai
English 












