น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
นโยบาย Cookie

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ (Cookies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ท่าน การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายที่แจ้งในเบื้องต้น

菜單

1
 
“ภูเก็ต พังงา กระบี่” สามจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน มีการใช้งานดอกดาหลาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการเพื่อประดับตกแต่งสถานที่ ซึ่งดอกดาหลาที่เราได้เห็นในพื้นที่ล้วนถูกส่งมาจากแหล่งปลูกในภาคใต้ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี พัทลุง และยะลา จึงเกิดเป็นคำถามขึ้นว่าเป็นไปได้หรือไม่หากจังหวัดในอันดามันจะปลูกดอกดาหลาในพื้นที่ เนื่องจากศักยภาพของดอกไม้ชนิดดังกล่าวยังสามารถใช้เป็น “ดอกไม้กินได้” แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเกาะเทรนด์คนรักสุขภาพ การสร้างลู่ทางและผลักดันให้ดาหลาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่แห่งอันดามันเป็นเป้าหมายของทีมนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (PKRU) 
 
2
 
ดร.ชัยภูมิ สุขสำราญ อาจารย์วิชาเอกเทคโนโลยีภูมิทัศน์และพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร PKRU หัวหน้าโครงการวิจัย “การรวบรวมและการประเมินศักยภาพกระทือและดาหลาต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย” ได้เปิดเผยข้อมูลว่าจากการลงพื้นที่ศึกษาสายพันธุ์พื้นเมืองดอกดาหลาในพื้นที่ภาคใต้ ในขณะนี้ PKRU ได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ดาหลาลูกผสม ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนเกษตร ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง (อยู่ระหว่างการขอจดทะเบียนพืชพันธุ์ใหม่ รับรองโดยกรมวิชาการเกษตร) เพื่อเพาะต้นกล้าดอกดาหลาคุณภาพสูงแจกจ่ายให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อันดามัน โดยความร่วมมือของหน่วยงานทางการเกษตร สำหรับการคัดสรรดังกล่าวจะได้ผลผลิตดอกดาหลาที่มีดอกโตสวยงามอยู่ได้นาน 10 กว่าวันขึ้นไปภายหลังการเก็บเกี่ยว จากเดิมที่ดอกจะบานสวยอยู่ได้เพียง 3 วันเท่านั้น และในการเพาะปลูกจะได้ดอกที่ดกมากขึ้น ขนาดดอกพอเหมาะไม่ใหญ่เกินไป เนื่องจากเป็นที่นิยมของนักจัดสวน มีกอสูงไม่ใหญ่กินพื้นที่ ส่งผลให้สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ปัจจัยต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับเกษตรกรและช่วยขยายตลาดไปได้ไกลมากขึ้น จากเดิมที่ปลูกและส่งออกกันเพียงในพื้นที่ภาคใต้ 
 
3
 
5 1
 
นอกจากนั้นสายพันธุ์ที่ผ่านการศึกษาวิจัย จะสามารถนำไปใช้ในการทำอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากมีแนวความคิดเดิมว่าดอกดาหลาทุกพันธุ์ล้วนสามารถทานได้รสชาติดี แต่ในความจริงดอกดาหลาที่เหมาะนำมาเป็นดอกไม้กินได้ จะต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีสีสันสดใส โดยเฉพาะสีชมพูอมแดง มีกลิ่นหอมให้รสชาติเปรี้ยวอ่อน ๆ ซึ่งทีมนักวิจัยได้เตรียมทำการทดสอบการประเมินผลทางประสาทสัมผัส (Sensory Evaluation) หลังจากนี้จะได้มีการเตรียมนำพันธุ์ดอกดาหลาที่ผ่านการคัดสรร มาพัฒนาเป็นเมนูไอศกรีม แยม ชาไข่มุก ซึ่งมีจุดเด่นที่สีสันเฉพาะตัวและคุณค่าทางโภชนาการที่อุดมด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ”
 
พร้อมกันนี้ ดร.ชัยภูมิ จาก PKRU ได้แสดงทรรศนะอีกว่า “จากการประเมินตลาดดอกดาหลาในการใช้งานด้านการท่องเที่ยว Demand ยังสูงกว่า Supply ดังนั้นนับเป็นโอกาสให้เกษตรกรหรือประชาชนผู้สนใจหันมาปลูกดอกดาหลา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเกษตรในเมืองหรือการปลูกในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ขึ้นไป ทั้งในลักษณะเป็นพืชร่วมยาง เพื่อทดแทนรายได้จากราคายางที่ตกลง โดยดาหลาใช้เวลาปลูกประมาณ 1 ปีครึ่ง สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้แล้ว ซึ่งในส่วนของวิชาเอกเทคโนโลยีภูมิทัศน์และพืชสวน สามารถให้บริการถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแล และการถ่ายทอดเทคนิคการเก็บเกี่ยว รวมถึงการรักษาคุณภาพดอกดาหลาเพื่อรอขนส่ง เพื่อให้ผลผลิตขายได้ราคาดี ตลอดจนการหาตลาดในการจำหน่าย”
 
ติดต่อขอรับบริการงานวิจัยและบริการวิชาการ โดย วิชาเอกเทคโนโลยีภูมิทัศน์และพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ทาง www.agritech.pkru.ac.th/ หรือ โทร 08 1797 5542 
 
รายงานโดย : ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
49221
 
LINE ALBUM งานดาหลาสวนปันแสง พัทลุง 1 2 07 66 ๒๓๐๗๑๕ 141
Top
Ribbon