เมนู

คณะครุศาสตร์ - เรียนศึกษาต่อภาคใต้ ภูเก็ต

PKRU EXPERT : ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู นักประยุกต์สร้างบทเพลงพื้นถิ่นอันดามันในท่วงทำนอง “โมเดิร์น รองเง็ง”

 
0
 
 
ขนบทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นในรูปแบบ “ผลงานดนตรี” นอกจากจะถูกบอกเล่าผ่านหนังสือและบันทึกทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์แล้ว การสืบสานและต่อยอดผลงานให้ยังคงโลดแล่นอยู่บนเวทีการแสดงเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสนับสนุนอีกทาง
 
 
 
 
ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู อาจารย์สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสากล ได้ตระหนักถึงบทบาทของการนำหลักวิชาการสู่การพัฒนาท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้ทำการศึกษาวิจัยการจัดแสดงดนตรีร่วมสมัยในชื่อ “การประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบวงอังซังเบลอ” ซึ่งมีความน่าสนใจในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยได้ใช้แนวคิดการนำดนตรีรองเง็งที่เป็นดนตรีพื้นพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวคิดหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตก เกิดเป็นงานศิลปะแนวใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากวงรองเง็งคณะสวนกวี จ.กระบี่ โดยได้นำทำนองเพลงรองเง็งมาเรียบเรียงเสียงประสานอย่างปราณีต ก่อเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนสาระที่ปรากฏบนงานดนตรีแนวผสมผสานที่เปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นตามแนวทางของรองเง็งได้อย่างลงตัวและไพเราะฟังง่ายตามแนวทางดนตรีสากล คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอพาไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์ดนตรีร่วมสมัย
 
 
 
รองเง็ง + อังซังเบลอ (Ensemble)
 
เมื่อพูดถึงรองเง็ง ผู้คนมักจะจดจำท่วงท่าร่ายรำของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในชุดอาภรณ์สีสันฉูดฉาด แต่ในฐานะของผู้เรียบเรียงดนตรี จังหวะ (Rhythm) ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ผู้ฟังจดจำท่วงทำนองได้อย่างติดหู ซึ่งปัญหาของรองเง็งคือพ่อเพลงแม่เพลงสูงอายุ ขาดผู้สืบสาน และขาดโอกาสในการต่อยอดทางดนตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการศึกษาวิจัยร่วมกับวงรองเง็งคณะสวนกวี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1.เพื่อศึกษาบทเพลงรองเง็งของคณะสวนกวีจังหวัดกระบี่ 2.เพื่อวิเคราะห์แนวคิดในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอ ในการกระบวนการประยุกต์สร้างได้นำเครื่องดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้านของวงรองเง็งมาผสมวงในรูปแบบวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยใช้แนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสาน ตามหลักทฤษฎีดนตรีสากล ได้ใช้เครื่องดนตรีที่ทั้งหมด 9 ชิ้น ประกอบไปด้วย 1.เปียโน 2.เบส 3.ไวโอลิน 4.กลองรำมะนา 5.อัลโตแซ็กโซโฟน 6.เทเนอร์แซ็กโซโฟน 7.บาริโทนแซ็กโซโฟน
 
 
 
พลิกฟื้นดนตรีพื้นบ้านสู่เวทีดนตรีสากล
 
โจทย์ในการศึกษาวิจัยดนตรีร่วมสมัยในครั้งนี้คือเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงดนตรีพื้นบ้านและสากลได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการนำไปต่อยอดในชุมชนได้และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักดนตรีในชุมชน เพราะว่ารองแง็งจะเป็นดนตรีพื้นบ้านที่เล่นในกลุ่มของชุมชนไม่กี่คน หากสามารถประยุกต์สร้างให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่จะสามารถต่อยอดและนำไปใช้ในการแสดงดนตรีบนเวทีต่างๆ สร้าง เป็นสีสันและเป็นดนตรีทางเลือกให้กับผู้ฟังหรือสถานบันเทิงรวมถึง ชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลให้กลับมาสืบสานศิลปวัฒนธรรมในถิ่นฐานของตน รวมถึงนักดนตรีสากลรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาดนตรีศึกษา มีแนวดนตรีทางเลือกในการประพันธ์เนื่องจากสามารถใช้เครื่องดนตรีสากล อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์ร่วมกับแนวเพลงยอดนิยมอย่าง Pop หรือ Jazz ได้
 
 
 
ผลลัพธ์จากการผสมผสานแนวทางดนตรี 
 
ความจริงแล้วท่วงทำนองดนตรีของบทเพลงรองเง็งเมื่อได้มาวิเคราะห์จะมีความเป็นดนตรีสากลผสมกับความความเป็นดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมสืบต่อกัน การที่จะนำดนตรีในสองวัฒนธรรมมาประยุกต์รวมกันต้องใช้ทักษะและความเข้าใจในการร้อยเรียงท่วงทำนองและจังหวะเพื่อให้ดนตรีมีความสมดุลและลงตัว เช่น การนำไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตะวันตกอยู่แล้วบวกเข้ากับดนตรีพื้นบ้านคือกลองรำมะนาที่มีเสียงและจังหวะที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว และเครื่องดนตรีสากลชนิดอื่นๆ จนกลายเป็นดนตรีที่มีการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมคือดนตรีตะวันตกกับตะวันออก ทำให้เรียนรู้ได้ว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่ทุกเชื้อชาติสามารถที่เข้าใจได้และเสพดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ผลงานดนตรีรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอได้มีการบันทึกผลงานในรูปแบบคลิปวีดีโอและผลงานดนตรีในรูปแบบ CD และไฟล์เพลง ซึ่งชุมชนชาวไทยใหม่หรือชาวมุสลิมในอันดามัน สามารถนำบทเพลงในรูปแบบผสมผสานนำไปใช้จัดแสดงเพื่อเป็นการเปิดตัวโมเดิร์นรองเง็ง ต่อยอดสู่การสร้างรายได้แก่ชุมชน รวมถึงต่อลมหายใจให้กับศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น จากงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำมาบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในสาขาวิชาดนตรีศึกษา ในรายวิชาต่างๆ ได้หลายวิชา เช่น วิชาดนตรีท้องถิ่น วิชาหลักการเรียบเรียงเสียงประสาน วิชาทฤษฎีดนตรีไทยและสากล วิชาหลักการรวมวง เป็นต้น และนักศึกษาสามารถนำความรู้จากแนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสานหรือการประยุกต์ร่วมกับแนวดนตรีในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย ผศ.อัครวัฒน์ อธิบายถึงที่มาที่ไปและความน่าสนใจของผลงาน
 
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นแหล่งภูมิปัญญาของท้องถิ่นอันดามันในด้านศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ อนุรักษ์ และต่อยอดให้ศาสตร์และศิลป์ของอันดามันมีความน่าสนใจและสามารถยืนหยัดในโลกสมัยใหม่ได้ด้วยการใช้ความสามารถของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมมือกับเจ้าของผลงานดั้งเดิมในท้องถิ่น จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ดังเช่น บทเพลงรองเง็งร่วมสมัย ที่ทั้งทรงคุณค่าและสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างเกิดประโยชน์ทั้งในวงการวิชาการเพื่อการศึกษาและการจัดแสดงเป็นอาชีพเพื่อสร้างงานให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งการดำเนินงานดังที่กล่าวมาเป็นภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ได้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
 
 
เพลง เจะหม้าหมาด 
 
 
เพลง บูหรงบูเตะ
 
 
เพลง เลฮังกังกง
 
 
เพลง ซำมะริซำ
 

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ กับแนวคิดพัฒนาโรงเรียนสาธิตฯ ด้วยหลักสูตรแห่งความสุข

 
hiran prasankarn president of pkru nov 2019 1
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีพัฒนาการในด้านการจัดการศึกษา จากโรงเรียนฝ่ายปฐมวัยและฝ่ายประถมศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อเป็นสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาสายครู คณะครุศาสตร์ ต่อมามีการเปิดฝ่ายมัธยมศึกษา เพื่อรองรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็นห้องเรียนส่งเสริมอัจฉริยภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา และเทคโนโลยี 
 
ในขณะที่บทบาทของการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในยุคใหม่ นอกจากการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกช่วงวัย การเปิดหลักสูตรระยะสั้น ควบคู่กับการให้บริการวิชาการ เป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยแล้ว การพัฒนาการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานอย่าง โรงเรียนสาธิตฯ เป็นนโยบายหลักที่สำคัญประเด็นหนึ่งของ ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอนำผู้อ่านรับทราบมุมมอง วิสัยทัศน์ และแนวทางในการขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิต PKRU โดยใช้ความสุขของนักเรียนเป็นหัวใจในการพัฒนาโรงเรียน
  
ที่มาของการพัฒนาโรงเรียนสาธิต ตั้งแต่ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
 
สำหรับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งมาจากคอนเซ็ปท์การเป็นห้องปฏิบัติการของการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มีการผลิตครู โดยเริ่มต้นที่การเปิดสอนในระดับปฐมวัย จัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวทางวอลดอร์ฟ ซึ่งเป็นรูปแบบการศึกษาที่บูรณาการวิชาการร่วมกับกิจกรรรมต่างๆ โดยมีครูเป็นผู้ดูแลและอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการตามวัยของเด็กนักเรียน หลังจากนั้นมีการเปิดสอนในฝ่ายประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งจะเน้นการสอนในเรื่องของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่สิ่งสำคัญที่ผมพยายามผลักดัน คือแสวงหาวิธีการสร้างความสุขให้นักเรียนผ่านวิธีการสอนที่เน้นการปฏิบัติ สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ลดบรรยากาศการแข่งขัน ส่งเสริมให้เด็กอยากมาโรงเรียน เพราะต้องการมาเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวบ่งชี้เชิงประจักษ์ว่า เราจัดการเรียนการสอนแล้วเด็กมีความสุข เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นต้นทุนสำคัญในเรื่องของความฉลาดทาง IQ และ EQ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในอนาคต
 
สำหรับฝ่ายประถมศึกษานั้นมีนักเรียนศึกษาจบประถมศึกษาปีที่ 6 รุ่นแรกเมื่อปีที่ผ่านมา (ปี 2561) มีนักเรียนที่สอบได้ผลคะแนน O-NET เต็ม 100 คะแนน จำนวน 4 คน (แบ่งเป็นคะแนนเต็มจากวิชาคณิตศาสตร์ 3 คน และภาษาอังกฤษ 1 คน) รวมถึงนักเรียนคนอื่นๆ มีค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET เป็นที่น่าพึงพอใจ โดย ใน O-NET 100% เต็มมีอยู่ 4 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 โดยมีคะแนนของคณิตศาสตร์ 3 คน และคะแนนของภาษาอังกฤษอีก 1 คน 
  
 
 
จุดเด่นของโรงเรียนสาธิตฯ PKRU ?
 
ได้ทำการจัดโซนนิ่ง ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอาคารเรียน ห้องเรียน พื้นที่ใช้สอย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตฯ เน้นเรื่องความปลอดภัย นอกเหนือจากเรื่องของกายภาพ ในเรื่องของหลักสูตรเราได้ดึงพลังความร่วมมือกันระหว่างครูของโรงเรียนและทีมคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ช่วยพัฒนาหลักสูตร และใช้บุคลากรที่สอนในระดับอุดมศึกษาสนับสนุนการสอนในโรงเรียนสาธิตฯ โดยเฉพาะในเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในส่วนของภาษาต่างประเทศมีการใช้เจ้าของภาษา Native Speaker เป็นผู้สอน จึงกล่าวได้ว่าเรามีหลักสูตรที่เป็นลูกผสมระหว่างหลักสูตร Basic และหลักสูตรแบบ Advance ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ในยุคใหม่ที่ไม่ตีกรอบผู้เรียนโดยใช้วิธีการให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ ทดลอง นำไปสู่การเกิดทักษะความรู้ทั้งหลักการและลงมือปฏิบัติ
 
นอกจากนั้นมีการใช้ห้องเรียน ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดนตรี-นาฏศิลป์ ให้นักเรียนสามารถใช้เรียนรู้เช่นเดียวกับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งโรงเรียนให้ความสำคัญเรื่องของพรสวรรค์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ด้วยการสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าและมีประสบการณ์ ผ่านกิจกรรมดาราศาสตร์ แข่งขันหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรม ดนตรี ศิลปะ การแสดง และกีฬา รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ คิดค้นโครงงานทางด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์ สู่การเข้าร่วมกิจกรรมในเวทีระดับชาติ และระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาโรงเรียนมีนักเรียนที่เป็นดาวเด่นนักกีฬา นักกีฬาเรือใบเยาวชนทีมชาติ นักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติ นักเทควันโดแชมป์ระดับภูมิภาค ซึ่งโรงเรียนร่วมผลักดันและส่งเสริมอย่างเต็มที่เพื่อให้นักเรียนได้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ สำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตัวตนให้กับเด็กว่ามีความสนใจในด้านใด รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในด้านบุคลิกภาพ การสื่อสาร และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ 
 
 
 
เหตุผลที่โรงเรียนเป็นที่นิยม และมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี ?
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เริ่มต้นจากการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย จนเป็นที่นิยมของผู้ปกครองเลือกส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน และเกิดความประทับใจในพัฒนาการด้านสมาธิ อารมณ์ และไหวพริบในด้านต่างๆ เนื่องจากเรามีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเติมเต็มพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยและลักษณะเฉพาะของผู้เรียน เช่น เราไม่เร่งให้มีการอ่าน การเขียน แต่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย เขาก็จะมีการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว โดยมีนักศึกษาครูดูแลอย่างใกล้ชิด ร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียน และคณาจารย์ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีการศึกษาวิจัยถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพของเด็กในระดับปฐมวัย จึงทำให้ผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจ และบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้เป็นที่นิยมและเชื่อมั่นถึงคุณภาพของโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ได้เลือกศึกษาต่อเนื่องไปถึงระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
  
 
 
เป้าหมายของโรงเรียนสาธิตฯ ?
 
นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ต้องมีความสุข สาเหตุที่เราเน้นเรี่องนี้เพราะเข้าใจถึงความต้องการของเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพยายามออกแบบหลักสูตร รายวิชา และกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนให้มีความสนุก ได้เรียน ได้เล่น ได้สงสัยและตั้งคำถาม ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้จะนำไปสู่ความตั้งใจให้เกิดความรู้สึกว่านักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ ดีกว่าเพียงเป็นเรื่องของโรงเรียนต้องการที่จะสอน เพราะการใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง จะสามารถก่อให้เกิดจินตนาการ ความมั่นใจในตนเอง และที่สำคัญคือผู้สอนจะสามารถสำรวจความถนัดและความสนใจของนักเรียนแต่ละบุคคลได้ เพื่อช่วยยกระดับความรู้และทักษะได้อย่างตรงจุด โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดเพียงหลักวิชาการเท่านั้น เพราะในโลกยุค 4.0 นิยามของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน กระดานดำ หรือหนังสือเล่มหนาอีกต่อไป แต่สามารถที่จะเรียนรู้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม อุปกรณ์สมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น ปราชญ์ท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งรูปแบบต่างๆ เมื่อนำมาผนวกในหลักสูตรส่งผลให้รายวิชาต่างๆ มีความน่าสนใจดึงดูดผู้เรียน จึงเป็นที่มาของการใช้ความสุขเป็นสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ เพราะเพียงแค่นักเรียนใส่ใจและสนุกกับหัวข้อต่างๆ ก็สามารถยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาได้แล้ว ซึ่งเราจะเน้นจุดขายตรงนี้ในการขับเคลื่อนโรงเรียนต่อไป  
 
 
 
ทิศทางและแนวทางในอนาคตที่อธิการบดีจะพัฒนาโรงเรียน ?
 
ในความเชื่อส่วนของตัวผม ความสุขคือสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผมมุ่งหวังให้เด็กสาธิตฯ จะต้องมีความสุขกับการมาเรียน และมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เรียนรู้ในสิ่งที่เขาอยากจะทำ เขาอยากจะเป็น สามารถค้นพบพรสรรค์และสิ่งถนัดได้ตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่ใช้เวลาค้นหาตนเองนานเกินไป อยากจะให้เด็กทุกคนมีภูมิต้านทานในเรื่องของการใช้ชีวิต เป็นผู้บริโภคข้อมูลความรู้อย่างชาญฉลาด มีสมาธิ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว สังคม และมีความเป็นผู้นำ จุดมุ่งหมายข้างต้นคือความปรารถนาที่ผู้บริหารจะใช้ผลักดันและขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิตฯ ในมิติต่างๆ ให้เป็นในทิศทางที่เราตั้งใจ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการเห็นลูกหลานมีพัฒนาการที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวสาธิต PKRU 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


text : PRPKRU 
pic : Satit PKRU
 

คณะครุศาสตร์ เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาครูภาษาไทย มุ่งเน้นการแก้ปัญหาอ่านออกเขียนได้ใน จ.ภูเก็ต

pkru education 3 nov 2019 1
 
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  โดยมี ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.รัฐพล พรหมสะอาด รองคณบดีฯ  คณาจารย์คณะครุศาสตร์ ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ณ อาคารครุเฉลิมรัช คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
 
 
 
 
ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า กล่าวว่า “คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การปฏิบัติ โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อภาพอินโฟกราฟิกและเกมบอร์ด ภายใต้โครงการหลัก โครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถของครูและบุคลากรทางการศึกษาในการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย และเพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้นต่อไป”
 
 
 
 
สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 โรงเรียน โดยมี ดร.นิพนธ์ บริเวธานันท์ อาจารย์ปสุตา แก้วมณี คุณชาญวิทย์ คงมัยลิก และคุณกฤติยา นาวีว่อง ร่วมเป็นวิทยากรในการอบรม  โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การสร้างสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อการเรียนรู้ การออกแบบโปสเตอร์เชิงสร้างสรรค์ และการสร้างบอร์ดเกมภาษาไทยแบบออนไลน์และออฟไลน์ ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
 
 
 
 
 

ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต น้อมนำพระบรมราโชบายฯสู่การปฏิบัติยกระดับคุณภาพการศึกษา

S 67903490

เมื่อวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ลงในพื้นที่จังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต จัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  โดยมี ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า คณบดีคณะครุศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.รัฐพล พรหมสะอาด รองคณบดีฯ  ผศ.เอมอร นาคหลง ประธานกลุ่มวิชาชีพครู และคณาจารย์คณะครุศาสตร์ ร่วมพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูประจำการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  60 โรงเรียน

S 67903494

S 67903496

ผศ.ดร.ประโมทย์ พ่อค้า กล่าวว่า คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การปฏิบัติ โดยจัดโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น โดยจัดกิจกรรมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูประจำการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ความต้องการ และหารือแนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างตรงเป้าหมายต่อไป

S 67903501 1

กระบี่รอยัล 191118 0110 1

ทีมเนินเขา พังงา 191118 0111

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีความต้องการให้คณะครุศาสตร์ จัดอบรมด้านการผลิตสื่อการเรียนการสอน เทคนิคการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การควบคุมชั้นเรียน และจัดการศึกษาที่สนองความต้องการ จำเป็นของเด็กเป็นรายบุคคลมีการจัดบริการช่วยเหลือสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ตามมาตรฐานคุณภาพที่เท่าเทียม  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น ทั้งนี้ คณะครุศาสตร์จะได้นำผลจากการสะท้อนความคิดของผู้เข้าร่วมโครงการมาดำเนินการจัดโครงการฯ ในปีที่ 2 ให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ทีมเนินเขา พังงา 191118 0256

พาโก้ ภูเก็ต 191118 0008

พาโก้ ภูเก็ต 191118 0164

Top