น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
นโยบาย Cookie

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ (Cookies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ท่าน การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายที่แจ้งในเบื้องต้น

เมนู

GS PKRU Talk : เจาะลึกหลักสูตรครูแห่งอนาคต "สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา ปริญญาโท"

  • ม.ค. 04, 2567
  • 3100

T 72

บทสัมภาษณ์ ผศ.ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ เจาะลึกความน่าสนใจของหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา GS PKRU 

จุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือการเป็น “วิทยาลัยครูภูเก็ต” ที่ผลิต “ครู”ออกสู่สังคมมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษการเรียนการสอนด้านครุศาสตร์จึงเป็นฐานรากที่มั่นคงของสถาบันแห่งนี้แม้บริบทของการศึกษาในยุคสมัยปัจจุบันจะก้าวล้ำไปมากเหลือเกินนับจากอดีตแต่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ยังเป็นเสาหลักในการผลิตบุคลากรด้านการศึกษาชั้นนำของภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันมีการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาโท หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำทางการศึกษาว่าที่นี่คือเบ้าหลอมของครูแห่งยุคสมัยใหม่ที่มีสมรรถนะถึงพร้อมในทุกๆด้าน

ผศ.ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ ประธานกรรมการหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต แนะนำที่มาของหลักสูตรนี้ว่า “คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีหลักสูตรปริญญาตรีการสอนวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานที่สำคัญเปิดสอนมาหลายสิบปีแล้วเป็นหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จในการผลิตครูออกไปสู่ระบบโรงเรียน มีบัณฑิตที่จบไปเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์เป็นผู้นำทางการศึกษาในระดับโรงเรียน ซึ่งคณะฯ ก็ได้มีส่วนร่วมพัฒนาวิชาชีพครูในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และตอนนี้ขยายไป 7 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เราเป็นผู้นำด้าน Teacher Training ร่วมกับ สสวท. ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติ นักศึกษาที่จบปริญญาตรีออกไปส่วนหนึ่งก็มีความต้องการจะเรียนต่อระดับปริญญาโท ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ต้องเดินทางไปเรียนกันที่กรุงเทพฯ ในภาคใต้ยังไม่มีที่ไหนที่มีความพร้อมในด้านScience Education ในระดับปริญญาโท ซึ่งต้องอาศัยเครือข่าย ดังนั้นจุดแข็งของคณะครุศาสตร์คือเรามีเครือข่ายคณาจารย์ ทั้งอาจารย์ผู้สอนหลักและผู้สอนร่วม ซึ่งเราเชิญมาจากหลายสถาบัน เพื่อให้นักศึกษาได้มุมมองที่กว้างขึ้น”

brain e1449689720497

“ผู้ที่มาสมัครเรียนกับเราเกือบ 100% เป็นคุณครูซึ่งมีงานประจำที่ค่อนข้างปลีกเวลาได้ยาก ดังนั้นจำเป็นต้องมีแพสชั่นในการเรียน สามารถบริหารจัดการตัวเองได้บริหารเวลาได้ หลักสูตรจะแบ่งเป็น แผนการศึกษาก 1 และ ก 2 ซึ่งต้องเรียน Coursework และทำวิทยานิพนธ์ สำหรับแผนก 2 คือผู้ที่จบการศึกษาปริญญาตรีด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ในสาขาวิชาเอกที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพครูอยู่แล้วแผนการศึกษา ก 2 ภาควิชาชีพครู สำหรับผู้ที่จบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  ซึ่งอาจจะยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู มาเรียนในหลักสูตรนี้ก็จะได้รับใบประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก สป.อว. และคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว และแผนการศึกษา ข สำหรับผู้จบการศึกษาปริญญาตรีด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ในสาขาวิชาเอกที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เป็นการเรียนแบบค้นคว้าอิสระ หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นหลักสูตรระยะเวลา 2 ปี เปิดมาเป็นปีที่ 2 แล้ว แต่ละรุ่นเรารับจำนวนไม่มากเพื่อให้สามารถดูแลนักศึกษาได้อย่างทั่วถึง”

“จุดมุ่งหมายของหลักสูตร เราต้องการสร้างครูให้เป็นนักการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีการพัฒนาตนเองพัฒนาห้องเรียนผ่านกระบวนการวิจัย มุ่งเน้นเรื่องการทำวิจัย ให้สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนได้ สามารถสอนให้นักเรียนเกิดสมรรถนะ สามารถทำLesson Design และนำมาบูรณาการเรื่องเทคโนโลยีได้ และที่สุดคือเราสามารถสร้างครูที่เป็นผู้นำในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันมีการประเมินวิทยฐานะครู หรือ วPA นัยยะคือการพัฒนาวิชาชีพครูผ่านกระบวนการวิจัย สำหรับครูวิทยาศาสตร์ที่สอนในโรงเรียนอยู่แล้ว มีใจรักในการสอนอยู่แล้ว ไม่ได้อยากไปในสายการบริหาร ก็สามารถนำเอาวุฒิปริญญาโทที่มาเรียนนี้ไปช่วยในการลดระยะเวลาการขอ วPA ได้ครึ่งหนึ่ง เช่น จากสองปีเหลือหนึ่งปี สี่ปีเหลือสองปี ก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยได้มาก นอกเหนือจากองค์ความรู้ ความทันสมัยของการสอน ที่ได้จากการมาเรียนในหลักสูตรนี้ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญในการสอนวิทยาศาสตร์ และมีการทำวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้เป็นเป้าประสงค์หลัก หลักสูตรนี้จึงเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ครูได้พัฒนาการสอน โดยไม่ต้องดึงครูออกจากห้องเรียน ในขณะเดียวกันครูก็ได้พัฒนาวิทยฐานะของตัวเองไปพร้อมกันด้วย”

T 37

ผศ.ดร.ศิริวรรณ ขยายความให้เห็นรายละเอียดการเรียนการสอนชัดเจนขึ้นว่า “รายละเอียดของการเรียนการสอนจริงๆ แล้วกระบวนการเรียนในรายวิชากับกระบวนการทำวิทยานิพนธ์จะไปด้วยกัน ปีหนึ่งเราจะเรียนเกี่ยวกับรายวิชาเพื่อวางรากฐานให้กับนักศึกษา ส่วนปีสองจะเป็นการทำวิทยานิพนธ์ระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม ซึ่งในชั้นปีหนึ่งจะแบ่งนักศึกษาเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักศึกษาที่จบการสอนวิทยาศาสตร์ คือเป็นครูมาก่อน และกลุ่มนักศึกษาที่จบทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้เป็นครูมาก่อน กลุ่มแรกที่เป็นครูอยู่แล้วเราจะเติมเต็มในเรื่องของกระบวนการการสอนแนวใหม่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในห้องเรียน กระบวนการวิจัยระเบียบวิธีวิจัย มีรายวิชาประเด็นแนวโน้มการสอนวิทยาศาสตร์และกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดไอเดียว่าเขาสนใจทำวิทยานิพนธ์หัวข้ออะไร ไล่เลียงมาเลยตั้งแต่องค์ความรู้พื้นฐานมาถึงเรื่องของการค้นหา Topic นำไปสู่ Research Proposal แล้วก็ได้Thesis Proposal ที่จะต่อยอดมาสู่การทำ Concept Paper แล้วก็มีการสอบ Concept Paper และทำวิทยานิพนธ์สู่ชั้นปีสอง ส่วนกลุ่มที่สอง ซึ่งไม่ได้จบทางด้านครูมาก่อน จะต้องเรียนรายวิชาที่เน้นเกี่ยวกับความเป็นครู จิตวิทยาการสอน การวัดและประเมินผล ตามหลักสูตรมาตรฐานของคุรุสภา องค์ความรู้ที่คุรุสภากำกับไว้ว่าการจะเป็นครูได้ต้องมีมาตรฐานความรู้อะไรบ้าง หลังจากนั้นก็จะเรียนระเบียบวิธีวิจัยเช่นเดียวกับกลุ่มแรกผ่านรายวิชาสัมมนา แล้วก็เข้าสู่ปีที่สองคือทำวิทยานิพนธ์เช่นเดียวกัน”

“หลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรศึกษามุ่งเน้นฐานสมรรถนะ การเรียนรู้เน้นกระบวนการ ตัวหลักการทฤษฎีอาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่กระบวนการมีเทรนด์ใหม่ๆ อัพเดทตลอด ซึ่งเราเปิดกว้างโดยเฉพาะการทำวิทยานิพนธ์ เรามีรายวิชาสัมมนาเพื่อพูดคุยถึงประเด็นท้าทาย หรือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการชั้นเรียน จัดการเรียนรู้ ในหนึ่งรายวิชาอาจจะไม่ได้มีอาจารย์ผู้สอนแค่คนเดียว นักศึกษาของเรามีโอกาสไปนั่งเรียนในคลาสออนไลน์ของ Professor ท่านอื่น และนักศึกษาจากคลาสอื่นก็สามารถมานั่งเรียนในคลาสออนไลน์ของเราเช่นกัน เพื่อจะได้เปิดมุมมองว่าที่อื่นเขาทำอย่างไร โลกยุคปัจจุบันเหมาะกับกระบวนการเรียนรู้แบบไหน เทรนด์การสอนวิทยาศาสตร์ หัวข้อวิจัย ในบริบทของประเทศไทยกับต่างประเทศ ต่างกันอย่างไร การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยไม่ได้แย่นะคะ เพียงแต่เราต้องติดอาวุธให้ครูให้สามารถ Apply สิ่งเหล่านี้ไปสู่โรงเรียนของเขาที่อาจจะมีทรัพยากรจำกัด มีต้นทุนจำกัด ทำอย่างไรจึงสามารถนำไอเดีย คอนเซปต์จากการเรียนในหลักสูตรนี้ไปปรับใช้ให้ได้”

ผลงานวิจัยที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ เป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับการสอนวิทยาศาสตร์ ของนักศึกษาในหลักสูตรที่ผ่านมา ผศ.ดร.ศิริวรรณได้ยกตัวอย่างหลายๆ เคส เช่น มีนักศึกษาที่ดูแลรายวิชาดาราศาสตร์ ซึ่งการสอนแบบ Lecture Base ก็ยังไม่ทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจเท่าที่ควร จึงได้มีการจัดค่ายดาราศาสตร์ทำให้เห็นวิธีการสอน เพื่อมาหาแนวทางว่าการสอนแบบไหนที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจคอนเซปต์ที่ซับซ้อนของวิชาดาราศาสตร์ได้ นักศึกษาต้องรีวิวงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนตกผลึกว่าจะทำเป็น Model Base Learning ใช้แบบจำลองเป็นฐานในการเรียนรู้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในห้องเรียนได้จริง ซึ่งนักศึกษาในหลักสูตรทุกคนเราจะให้ดีไซน์วิทยานิพนธ์แบบนี้ทุกคน คือหยิบยกประเด็นจากการทำงานจริง จะได้ไม่เป็นภาระงานนอกจากภาระการสอนคิดค้นนวัตกรรมการสอนที่ใช้งานได้จริง เช่น โรงเรียนต่างจังหวัดที่อาจจะไม่มีความพร้อมเรื่องเทคโนโลยี เขาก็ดีไซน์นวัตกรรมการสอนเรื่องSTEM โดยใช้บริบทของชุมชนท้องถิ่น เหล่านี้เป็นต้น”

16

“เคสที่เป็นคุณครูแล้วมาเรียนต่อทุกเคสเราก็รู้สึกภาคภูมิใจ แต่เคสที่ไม่ได้จบครูและไม่เคยรู้เลยว่า Active Learning จริงๆ แล้วเป็นอย่างไรหรือการสอนแบบ Student Center แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร สอนอย่างไรจนกระทั่งได้มาเรียนที่นี่ จึงได้เห็นว่ากระบวนการเป็นแบบนี้ เมื่อเข้าใจและนำไปใช้จะเกิดประโยชน์ นักศึกษาท่านนี้ท่านเป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเทคนิค ซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นการสอน Hard Skill การต่อวงจรไฟฟ้า การตัดเชื่อมโลหะ เป็นการสอน STEM ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งการสอนในระดับมัธยมปลายสายสามัญทำแบบนี้ได้ยาก เพราะเด็กไม่มี Hard Skill นักศึกษาท่านนี้ดีไซน์ตัวบทเรียน STEM Education ให้เด็กวิทยาลัยเทคนิคทำโมเดลจริง ทำให้ได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสิ่งที่ตัวเองสอนมาตลอดนั้นคือการสอนแบบ STEM นั่นเอง เมื่อรู้ก็สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เฉียบคมมากขึ้น เกิดประโยชน์กับนักเรียน ได้นำความรู้มาเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง เป็นเคสที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก”

ประธานหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษายังได้ย้ำเรื่องความพร้อมของหลักสูตรเพื่อเชิญชวนผู้สนใจว่า “เรามีความพร้อม 100% ทั้งด้านอาคารสถานที่ คณะครุศาสตร์มีศูนย์นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ทั้งด้านบุคลากร เรามีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการจัดสัมมนาดึงผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งทุกคนจะเตรียมข้อมูล เตรียมประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนมาถอดบทเรียนกัน บรรยากาศการแลกเปลี่ยนนั้นเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้อะไรมากกว่าการเลคเชอร์ นักศึกษาจะได้เห็นว่าหลักทฤษฎีที่พูดถึงในตำราเวลาปฏิบัติจริงเป็นอย่างไร องค์ความรู้สมัยนี้เสิร์ชจาก Google หรือChatGPT เอาก็ได้ แต่การนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ How to ทำอย่างไรStudent Center, Active Learning, STEM Education ทำอย่างไร การประเมินผู้เรียน การออกแบบเครื่องมือวิธีการสอนในห้องเรียนเป็นอย่างไรเราอยากเห็นแบบนั้นมากกว่า ซึ่งกระบวนการสอนระดับปริญญาโทจะแตกต่างจากปริญญาตรี ส่วนสำคัญคือเรื่องเครือข่าย นอกจากองค์ความรู้กระบวนการ เรื่องของเครือข่ายเราก็มีความพร้อม เป็นหลักสูตรที่มีความพร้อมอย่างรอบด้าน เป็นโอกาสในการพัฒนาการสอนวิทยาศาสตร์ และเป็นโอกาสในการพัฒนาวิทยฐานะในวิชาชีพครู ที่เข้าใจบริบทของการศึกษาในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง” 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : https://www.facebook.com/gspkru  และเว็บไซต์  https://graduate.pkru.ac.th

Content : GS PKRU 

Top
Ribbon