น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
นโยบาย Cookie

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ (Cookies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ท่าน การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายที่แจ้งในเบื้องต้น

เมนู

อาจารย์พิเศษ ศิลปะและการออกแบบ PKRU ได้รับเลือกเป็นศิลปินในงาน Thailand Biennale, Phuket 2025

  • ต.ค. 02, 2568
  • 406
จจจจจ
 
อาจารย์พิเศษ ศิลปะและการออกแบบ PKRU "อ.วรภพ ตันตินันทกุล"
ได้รับเลือกจาก สนง.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นศิลปินในงาน Thailand Biennale, Phuket 2025
 
อาจารย์วรภพ ตันตินันทกุล อาจารย์พิเศษวิชาเอกศิลปะและการออกแบบ สาขาวิชาศิลปะกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต [Woraphob Tantinantakul] ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นหนึ่งในศิลปินไทย ร่วมสร้างสรรค์ผลงานนำเสนอในงานงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025
 
ซึ่งเป็นการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 ของประเทศไทยภายใต้แนวคิด (Theme) “นิรันดร์กัลป์” โดยนำศิลปะหลากหลายสาขามาเป็นเครื่องมือนำเสนอแนวคิดการสำรวจความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 2568 – เม.ย. 2569 นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต “เมืองศิลปะแห่งการสร้างสรรค์”
 
533592606 1208861901274250 1114642966904622161 n
 
สำหรับประวัติและโปรไฟล์ของอาจารย์ศิลปะจาก PKRU "วรภพ ตันตินันทกุล" เป็นศิลปินร่วมสมัยที่มีรากฐานแน่นแฟ้นในพื้นที่บ้านเกิดอย่างจังหวัดภูเก็ต โดยผลงานของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน ความสัมพันธ์ และความรักที่ผู้คนในชุมชนชาวเล มีต่อธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น ผ่านการสร้างสรรค์ผลงาน ในลักษณะประติมากรรมและศิลปะจัดวาง โดยแนวความคิดในผลงานของมักเกี่ยวข้องกับบริบททางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของภูเก็ต ผลงานในช่วงหลังเริ่มสำรวจประเด็นที่เกี่ยวกับ การทับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาเมืองที่กระทบต่อโครงสร้าง ทางสังคมและภูมิทัศน์ดั้งเดิมของภูเก็ต ด้วยผลงานที่มีเนื้อหาเฉพาะถิ่นและเทคนิคที่โดดเด่น อ.วรภพ ได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปกรรมระดับชาติมากมาย และยังคงเป็นศิลปินที่มีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในบริบทของศิลปะที่เชื่อมโยงกับชุมชนและภูมิสังคมท้องถิ่น
 
ผลงานของเขาได้รับการยอมรับผ่านรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานประเภททีม ในการประกวดเรือประดับไฟฟ้าของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปี 2554 และ 2557 รางวัลชนะเลิศประกวดประติมากรรมตกแต่งสวนสมเด็จพระบรมราชินี จังหวัดนนทบุรี รวมถึงรางวัลนักศึกษาดีเด่นและงานวิจัยดีเด่นในปี 2554 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลชมเชยในรุ่นอายุ 20-25 ปี จากการแสดงศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 7 รางวัลที่ 1 จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 57 และรางวัลเกียรตินิยมเหรียญเงินจากการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ครั้งที่ 29
 
จุดเด่นของงานศิลปะของวรภพอยู่ที่ความสามารถในการดึงเอา “เรื่องเล่าท้องถิ่น” และ “อัตลักษณ์ของชุมชนชายฝั่ง” มาสื่อสารในรูปแบบของศิลปะร่วมสมัย โดยเฉพาะผลงานในชุด “The Struggle for Preservation of Identity” ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท ที่หยิบยกประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะคนพื้นถิ่นจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของชุมชนชาวเลภายใต้แรงกดดันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและทุนนิยมที่รุกล้ำชายฝั่ง วรภพสะท้อนภาพของการดิ้นรนเพื่อดำรงอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์นี้ผ่านผลงานประติมากรรมที่ใช้วัสดุจริงจากวิถีชีวิตประจำวันของชาวเล ไม่ว่าจะเป็นไทรดักปลา ฉลวก ลูกทุ่น เหล็ก และเศษไม้ทะเล ทั้งหมดถูกนำมาจัดวางและประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นประติมากรรมที่ทั้งเปราะบาง โครงเครง และทรงพลังในเวลาเดียวกัน
 
สำหรับผลงานที่จะได้มีการสร้างสรรค์และจัดแสดงในงาน Thailand Biennale, Phuket 2025 ของศิลปินชาวภูเก็ต ชื่อผลงานว่า : ทางเดินที่ไม่ราบเรียบอีกต่อไป / The Path No Longer Smooth โดยมีแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานได้รับแรงบันดาลใจจากภูเก็ต เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของการทำเหมืองแร่ดีบุก และได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของโลกภายในระยะเวลาไม่ถึงศตวรรษ ซึ่งในอดีต ถนนหลายสายของภูเก็ตถูกถมด้วยตะกรันดีบุกเศษหินแร่แข็งที่ทนทานและแสดงถึงเศรษฐกิจ ฐานรากของเมือง แต่ในปัจจุบันถนนหลายสายกลับเต็มไปด้วยความขรุขระ ยวบยาบ และเต็มไปด้วยรอยแผลของการพัฒนาเร่งรัด ศิลปินจึงสร้างทางเดินนี้ขึ้นเพื่อเป็น “พื้นที่จำลอง” ให้ผู้ชมได้เดินเข้าไป ในใจกลางของคำถามนั้น
 
bienale01
 
ถถถถถ
 
โดยสถานที่ซึ่งคาดว่าจะจัดแสดงผลงาน คือ บริเวณอาคารโรงยิม 4,000 ที่นั่ง สวนสาธารณะสะพานหิน อาจารย์วรภพ ตันตินันทกุล ขยายความถึงแก่นและแนวคิดของผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวว่า...
 
"ตนเองเติบโตขึ้นมาท่ามกลางร่องรอยของประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต ร่องน้ำที่ หลงเหลือจากการสกัดแร่ ตะกรัน เศษหิน และฝุ่นแร่ที่เคยเกาะติดอยู่บนปลายเท้าของบรรพบุรุษ ยังคงเป็นภาพจำที่หล่อหลอมความเข้าใจของข้าพเจ้าต่อบ้านเกิดเมืองนอน
 
ภูเก็ตในอดีต คือเมืองที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความแข็งแรง ทั้งในเชิงโครงสร้างทางวัตถุที่เกิดจาก อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และในเชิงจิตวิญญาณของแรงงานที่ร่วมขับเคลื่อนเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งในปัจจุบันเมื่อบริบททางเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนผ่านจาก 'เมืองเหมืองแร่' สู่ 'เมืองท่องเที่ยว' อย่างเต็มรูปแบบ ความแข็งแรงเหล่านั้นกลับถูกลดทอนลงอย่างเงียบงัน ถนนบางเส้นที่เคยถมแน่นด้วยตะกรันแร่ซึ่งขึ้นชื่อว่าแข็งแรงติดอันดับต้น ๆ ของโลก กลับกลายเป็นถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อรอยแตกร้าว และพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอ สะท้อนถึงกระแสการพัฒนาที่ไม่ได้มาพร้อมกับความยั่งยืน
 
งานศิลปะชิ้นนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดวางทางกายภาพของวัตถุ แต่เป็นการจัดวาง 'คำถาม' คำถามที่ เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เหตุใดเมืองท่องเที่ยวระดับโลกจึงยังคงมีถนนที่ขรุขระ? เหตุใดเส้นทางที่ควรเป็นตัวแทนของการต้อนรับจึงกลายเป็นร่องรอยของการละเลย? คำถามเหล่านี้มิได้ตั้งขึ้นเพื่อกล่าวโทษ หากแต่เป็นการกระตุ้นให้ผู้ชมพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง 'วัตถุทางกายภาพ' กับ โครงสร้างทางวัฒนธรรม ระหว่าง สิ่งที่เห็น กับสิ่งที่ไม่ถูกซ่อมแซม พื้นทางเดินในผลงานจึงถูกทำให้ขรุขระ แตกกระเทาะ ไม่ราบเรียบ ไม่ใช่เพื่อเลียนแบบถนนจริง แต่เพื่อให้ผู้ชม 'รู้สึกถึงความจริง' ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า
 
สามารถติดตามภาพการจัดแสดงผลงานจริงของอาจารย์ศิลปะและการออกแบบจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ท่ามกลางผลงานจากศิลปินนานาชาติในงาน Thailand Biennale, Phuket 2025 ได้ทางเพจของมหาวิทยาลัยเร็ว ๆ นี้
Top
Ribbon