นักวิจัย PKRU ได้รับอนุมัติงบ “พัฒนาระบบพยากรณ์ฝนด้วย AI” ยกระดับการเตือนภัยและบริหารจัดการน้ำ จ.ภูเก็ต

นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต "ผศ.ดร.ป.ปัทมา เหมาชูเกียรติกุล" หัวหน้าโครงการวิจัยฯ และ "ผศ.ธิดารัตน์ คำล้อม" ผู้ร่วมโครงการวิจัย ได้รับ ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จากแผนงานวิจัย เรื่อง "การพัฒนาระบบพยากรณ์ฝนระเบิดแบบอัจฉริยะด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์และการพยากรณ์แบบกลุ่มสำหรับจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเตือนภัยล่วงหน้าและการบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง" ภายใต้แผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการปรับตัวต่อการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P16) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยดำเนินงานวิจัยร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา
โครงการย่อยที่ 1 การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับการพยากรณ์ฝนตกมากแบบฉับพลันเฉพาะจุดและระยะปัจจุบัน
โครงการย่อยที่ 2 การประยุกต์ใช้ระบบพยากรณ์แบบกลุ่ม ( Ensemble Forecast) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างแพลตฟอร์มต้นแบบสําหรับการเตือนภัยในจังหวัดภูเก็ต

ความร่วมมือในการพัฒนาแผนการวิจัย กรมอุตุนิยมวิทยากองพยากรณ์อากาศ อุตุนิยมวิทยาศูนย์ภาคใต้ฝั่งตะวันตก บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กลุ่มงานสนับสนุนการพัฒนาเมืองประจำสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต
ผศ.ดร.ป.ปัทมา เหมาชูเกียรติกุล หัวหน้าทีมวิจัยจาก PKRU แจกแจงถึงที่มาของโครงการวิจัยและรายละเอียดการพัฒนาว่า จังหวัดภูเก็ตเป็น "ไข่มุกแห่งอันดามัน" และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศไทย กําลังเผชิญกับความ ท้าทายอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติอันเกิดจากฝนตกหนักสุดโต่ง (Extreme Rainfall) ซึ่งมีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทําให้เกิดปัญหานํ้าท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม สร้าง ความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน และที่สําคัญคือบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและส่งผลกระทบโดยตรง ต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ ระบบเตือนภัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้จะมีประสิทธิภาพในระดับมหภาค แต่ยังขาดความ ละเอียดเชิงพื้นที่และเวลาที่จําเป็นต่อการรับมือกับ "ฝนตกมากแบบฉับพลับ" (Extreme Short-Duration Rainfall) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่เล็กๆ ในช่วง เวลาสั้นๆ อันเป็นสาเหตุหลักของนํ้าท่วมฉับพลันในเขตเมืองภูเก็ต
โครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบพยากรณ์ฝนตกมากฉับพลันแบบอัจฉริยะด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์และการพยากรณ์แบบกลุ่มสำหรับจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเตือนภัยล่วงหน้าและการบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง" มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันจากปรากฏการณ์ฝนตกมากแบบฉับพลับ (Extreme Short-Duration Rainfall) ในพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวสำคัญอย่างจังหวัดภูเก็ต ซึ่งระบบพยากรณ์แบบดั้งเดิมยังมีข้อจำกัดเรื่องความละเอียดและการครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานวิจัยใช้วิธีการบูรณาการข้อมูลเชิงลึก โดยการสังเคราะห์ข้อมูลจาก สถานีเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อจัดทำภาพรวม (Composite Radar) ขจัดจุดบอดและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลประมาณการปริมาณหยาดน้ำฟ้า (Quantitative Precipitation Estimation: QPE) ร่วมกับข้อมูลสถานีวัดน้ำฝนภาคพื้นดิน ระบบพยากรณ์จะถูกออกแบบให้ทำงานแบบไฮบริด (Hybrid System) ผสมผสานระหว่าง 1) แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (Deep Learning for Nowcasting) สำหรับการพยากรณ์ระยะวิกฤต (0-6 ชั่วโมง) และ 2) แบบจำลองพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขแบบกลุ่ม (Ensemble NWP) เพื่อจัดการความไม่แน่นอนและสามารถพยากรณ์แนวโน้มล่วงหน้า (3-10 วัน) โดยระบบมีความละเอียดสูงระดับ Grid Size 1x1 กิโลเมตร และความละเอียดเชิงเวลา ทุกๆ 10 นาที (ตามข้อมูลเรดาร์นำเข้า) ซึ่งเหมาะสมต่อการตรวจจับกลุ่มฝนขนาดเล็กที่ก่อตัวรวดเร็วผลผลิตสำคัญของโครงการคือ "แพลตฟอร์มดิจิทัลเฝ้าระวังและเตือนภัยฝนตกมากแบบฉับพลัน" (Web-based Dashboard) ที่แสดงผลในรูปแบบ แผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ระบุพื้นที่วิกฤตด้วย รหัสสี (เขียว-เหลือง-แดง) เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของผู้ปฏิบัติงาน โดยจะดำเนินการติดตั้งและส่งมอบระบบให้แก่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานของจังหวัด ในการใช้งานและดูแลรักษา เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสู่หน่วยงานบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนภัยภาคประชาชนได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
หัวใจหลักของชุดโครงการประกอบด้วย 2 โครงการย่อยที่ทํางานประสานกัน โครงการย่อยที่ 1 จะมุ่งเน้นการพัฒนา "แบบจําลอง ปัญญาประดิษฐ์สําหรับพยากรณ์ฝนสุดโต่งระยะสั้นมาก (Nowcasting)" โดยจะทําการบูรณาการข้อมูลจาก (1) เรดาร์ตรวจ อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ภูเก็ต ซึ่งให้ข้อมูลหยาดนํ้าฟ้าความละเอียดสูง (2) ข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา Himawari ที่ให้ ภาพรวมการก่อตัวและเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆ (3) ผลการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข (NWP) เพื่อให้ข้อมูลสภาพแวดล้อมทาง อุตุนิยมวิทยา และที่สําคัญคือ (4) ข้อมูลปัจจัยเชิงพื้นที่ความละเอียดสูง เช่น แบบจําลองความสูงเชิงเลข (DEM) และแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้แบบจําลองสามารถ "เรียนรู้" และเข้าใจถึงอิทธิพลของลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อนของภูเก็ต (Orographic Effect) ที่มีผลต่อการเกิดฝนตกหนักเฉพาะที่ในขณะที่ โครงการย่อยที่ 2 จะต่อยอดโดยการพัฒนาเทคนิคการพยากรณ์แบบกลุ่ม (Ensemble) จากแบบจําลอง AI ที่ได้ เพื่อสร้างผลการพยากรณ์ในรูปแบบความน่าจะเป็น ซึ่งสามารถบอกระดับความเชื่อมั่นของแต่ละสถานการณ์ได้ ช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูล (เช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ปภ.) ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบ (Prototype Platform) ในรูปแบบแดชบอร์ดบนเว็บเพื่อแสดงผลการพยากรณ์ที่เข้าใจง่าย เช่น แผนที่สีแสดงพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก ในอีก 1-3 ชั่วโมงข้างหน้า พร้อมระบบแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ คือแบบจําลอง AI สําหรับพยากรณ์ฝนตกมากแบบฉับพลัน, ระบบพยากรณ์แบบกลุ่มที่บอกความน่าจะเป็น และแพลตฟอร์มต้นแบบสําหรับแสดงผลและเตือนภัย ส่วนผลลัพธ์ที่สําคัญคือการเพิ่มขีดความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้าของจังหวัดภูเก็ต ลดเวลาในการเตรียมพร้อมรับมือจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทําให้สามารถอพยพประชาชนและป้องกันทรัพย์สินในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที โครงการนี้จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยการเสริมสร้างความมั่นคงและเข้มแข็ง (Resilience) ให้กับชุมชนเมืองภูเก็ตสนับสนุนการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ใช้เทคโนโลยีในการจัดการภัยพิบัติ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Green) สอดคล้องกับเป้าหมายของชาติและยุทธศาสตร์ของจังหวัดอย่างสมบูรณ์


Thai
English
简体中文 
