PKRU เปิดตลาดนัดวิชาการพัฒนาชุมชนยุคดิจิทัล


นวัตกรชุมชนน้อย เปิดบ้าน Com Dev. Family จัด “ตลาดนัดวิชาการพัฒนาชุมชนยุคดิจิทัล” โชว์ผลงานศาสตร์พัฒนา ดึง Social Lab ร่วมบูรณาการคึกคัก
สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน จัดกิจกรรมตลาดนัดวิชาการพัฒนาชุมชยุคดิจิทัล (Com Dev. Family) นำเสนอผลงานด้านศาสตร์การพัฒนาชุมชน ที่เกิดจากการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการเรียนรู้ (Social Lab) มี ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดี เป็นประธานเปิดโครงการ และร่วมกิจกรรมผูกรักผู้นำชุมชนตำบลรัษฎา พร้อมรับฟังการนำเสนอผลงานศาสตร์การพัฒนาของนักศึกษา มีอาจารย์แสงเดือน หังสวนัส รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมมอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาที่ผ่านการสอบภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลรัษฎา ร่วมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอจากนักศึกษาเกี่ยวกับชุดองค์ความรู้ในแต่ละรายวิชาที่ได้จากการศึกษาชุมชนตำบลรัษฎา ตลอดปีการศึกษา 2564 มีคณาจารย์ นักศึกษา ภาค กศ.บป. ชั้นปีที่ 1- 4 สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน รวมทั้งศูนย์ให้การศึกษาตลอดชีวิตตำบลนาบินหลา จังหวัดตรัง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต


ดร.ราชรถ ปัญญาบุญ ประธานสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “สาขาวิชาการพัฒนาชุมชนมีการลงนามความร่วมมือกับนายกเทศมนตรีตำบลรัษฏา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 7 หมู่บ้านในตำบลรัษฏา อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Social Lab) หลังการลงนามความร่วมมือ สาขาวิชาได้วางระบบและออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการร่วมกันผ่านระบบ Com Dev. Family หรือระบบการดูแลแบบครอบครัว ตั้งแต่กระบวนการรับนักศึกษาเข้าสู่สาขาวิชา กระบวนการดูแลนักศึกษา กระบวนการจัดการเรียนการสอน และกระบวนการก่อนนักศึกษาออกสู่ตลาดแรงงาน ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนนั้นอาจารย์ในสาขาวิชาจะมีวางแผนตั้งแต่ต้นเทอมแต่ละภาคเรียนในปีการศึกษา 2564 เช่น ระบบการแบ่งกลุ่มนักศึกษาทั้ง 4 ชั้นปี ให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง สร้างกระบวนการดูแล ช่วยเหลือ เกื้อกูลด้านวิชาการและด้านการใช้ชีวิต ซึ่งกันและกันในการลงพื้นที่ชุมชน ตลอดทั้งการวางแผนผลลัพธ์ที่จะได้รับจากแต่ละรายวิชาที่มีการบูรณาการ นำมาสู่การจัดตลาดนัดวิชาการพัฒนาชุมชนยุคดิจิทัลในครั้งนี้ ดังกล่าวมา ส่งผลต่อการสร้างสมรรถนะ 4 ชั้นปี ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 เรยนรู้ภาคทฤษฎีอย่างเข้มข้น ชั้นปีที่ 2 ฝึกทักษะการปฏิบัติการโดยใช้ชุมชนเป็นฐานอย่างเข้มแข็ง ชั้นปีที่ 3 การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ และชั้นปีที่ 4 นักพัฒนาชุมชนอย่างมืออาชีพ ด้วยสมรรถนะเหล่านี้ส่งผลให้สาขาวิชาสร้างเครือข่ายแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นนวัตกรชุมชนและนักพัฒนามืออาชีพที่รับใช้ชุมชนท้องถิ่น อย่างมีคุณภาพต่อไป”


ประธานสาขาวิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมตลาดนัดวิชาการพัฒนาชุมชนครั้งนี้มีกิจกรรมการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในงานพัฒนาชุมชน กิจกรรมการล้อมวงเสวนา “อมยิ้มเฮฮา ประสาเด็กพัฒน์ฯ” มีการนำเสนอผลจากการลงพื้นที่ในชุมชนเป้าหมายและดำเนินการศึกษาปัญหาและนำไปสู่การพัฒนาร่วมกับชุมชน ผ่านการผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อการสื่อสารออนไลน์ให้กับชุมชน กิจกรรมการจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานรายวิชาต่าง ๆ ที่มีการลงพื้นที่และสกัดองค์ความรู้มาสู่การจัดนิทรรศการตลอดปีการศึกษา 2564 โดยเฉพาะหัวใจของการศึกษาชุมชนผ่านรายวิชาสำคัญ ๆ ของสาขาวิชา เช่น รายวิชาการศึกษาและวิเคราะห์ชุมชน มีการนำเครื่องมือสำคัญมาใช้ในการศึกษาชุมชนที่นักศึกษาทุกคนต้องศึกษาและปฏิบัติให้ได้จริงในพื้นที่ อาทิ การใช้เครื่องมือชิ้นที่ 1. แผนที่เดินดิน 2. ผังเครือญาติ 3. โครงสร้างองค์กรชุมชน 4. ระบบสุขภาพชุมชน 5.ปฏิทินชุมชน 6. ประวัติศาสตร์ชุมชน 7. ประวัติชีวิต รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในงานพัฒนาชุมชน มีการนำเสนอองค์ความรู้ข้อมูลชุมชนจากรูปแบบออนไซต์สู่ออนไลน์ให้สาธารณะได้เข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว การนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารให้ชุมชนใช้ในการสร้างช่องทางการสื่อสารภายในชุมชน เพื่อส่งเสริมการรับรู้ร่วมกันของชุมชน รายวิชาภูมิปัญญาในงานพัฒนาชุมชน มีการนำเสนอการนำภูมิปัญญาชุมชนด้านผ้ามัดย้อมสร้างสรรค์ สู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน รายวิชาการวิจัย มีการนำเสนอผลงานเล่มการวิจัย จำนวนกว่า 30 ผลงาน ผลงานการตีพิมพ์จากงานวิจัยของนักศึกษา และผลงานการใช้ประโยชน์ซึ่งมีการนำวิจัยมอบให้กับ อบต. ในพื้นที่ใกล้เคียงและชุมชนนำไปใช้ประโยชน์ ส่งผลให้หน่วยงานมีการจัดโครงการที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะงานวิจัย เช่น ผลงานวิจัยเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 ข้อเสนอแนะการศึกษาวิจัย เช่น การลดรายจ่ายในครัวเรือนด้วยการผลิตผลิตภัณฑ์จำเป็นประจำวัน มีการนำไปใช้ 3 พื้นที่ ประกอบด้วย อบต.เชิงทะเล อบต.เกาะแก้ว อบต.รัษฎา มีประชาชน 3 พื้นที่เข้าร่วมกว่า 150 คน นอกจากนี้มีการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ที่ได้จากรายวิชาอื่น ๆ อีกหลายวิชา

นายวริทธิ์ จุลภักดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า “การเรียนสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน สามารถเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติส่วนท้องที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตนเองเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ศาสตร์การพัฒนาชุมชนโดยเฉพาะวิชาหลักๆ ทำให้เราเรียนทฤษฎีเสร็จสิ้นแล้ว สามารถไปปฏิบัติจริงในชุมชนของตนเองได้เลย ซึ่งทุกๆ วิชาที่เรียนมาสามารถประยุกต์ใช้ได้จริง เช่น รายวิชาการศึกษาและวิเคราะห์ชุมชน เมื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือ 7 อย่างแล้ว จึงเข้าใจถึงความลึกซึ้งในการใช้เครื่องมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนต่างๆ ของชุมชนได้ดีขึ้น หรือรายวิชาเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ ตนเองได้มีส่วนไปช่วยสร้างช่องทางการสื่อสารให้กับหมู่บ้านแหลมตุ๊กแก ให้สามารถสื่อสารได้รวดเร็วสะดวก ก็เป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ ที่ได้นำองค์ความรู้ที่ได้เรียนสู่การนำไปใช้จริง สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ตนเองเกิดความรู้สึกตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมตั้งแต่กระบวนการลงชุมชน การเก็บรวบรวมข้อมูล และการฝึกนำเสนอให้ชุมชนได้ร่วมกันวิพากษ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในส่วนของการลงชุมชนก็มีรุ่นพี่คอยให้คำชี้แนะ มีน้องภาคปกติคอยช่วยเหลือกันและกัน ทำให้รู้สึกว่า เราอยู่กันแบบครอบครัว คอยดูแล ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน ทำให้รู้สึกว่าเรียนแล้วสนุก มีความสุขที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้น่าเรียนรู้ในทุกรายวิชา เพราะมีชุมชนที่สาขาวิชาเป็นเครือข่ายให้เราได้เรียนรู้จริง”
ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดี กล่าวให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “การบูรณาการการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดีต่อนักศึกษา ทั้งนี้เพราะจะทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะและปฏิบัติการจริงๆ โดยเฉพาะนักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นศาสตร์ตรงในการพัฒนาชุมชน จะส่งผลให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ภาคทฤษฎีสู่ชุมชนได้จริง และในส่วนของชุมชนเองสามารถสร้างและนำชุดองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่นักศึกษาลงมือรวบรวมส่งกลับคืนให้ชุมชน จะเห็นได้ว่าศาสตร์การพัฒนาชุมชนสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสู่คุณลักษณะ “นวัตกรชุมชน” ซึ่งเป็นศาสตร์พื้นฐานของการพัฒนานักศึกษา ซึ่งเน้น 4 ทักษะ คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสร้างนวัตกรรม เป็นการฝึกทักษะทางสังคมหรือ Soft Skill ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักศึกษาและชุมชน”
การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คือหนึ่งในสาขาฐานรากของการสร้างนักพัฒนานวัตกรชุมชน การสร้างคุณภาพทางการศึกษา ต้องสร้างคุณภาพทางวิชาการและการปฏิบัติการจริง เพื่อให้นักศึกษามีสมรรถนะที่พร้อมออกสู่สถานประกอบการอย่างมีคุณภาพ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน อีกหนึ่งทางรอดและทางออกของการพัฒนา






Thai
English
简体中文 
